Canada 'should fight' ขีดเส้นตายการค้ากับสหรัฐฯ
แมนิโทบาเร่งแคนาดาไม่ควรรีบประนีประนอมกับสหรัฐฯ ขณะที่เส้นตายการเจรจาการค้าใกล้เข้ามา ด้านโดมินิก เลอบลังก์ระบุทั้งสองฝ่ายใกล้บรรลุข้อตกลงแล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- แมนิโทบาเร่งแคนาดาไม่รีบประนีประนอมแลกข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ
- เส้นตายการเจรจาถูกกำหนดไว้ภายในคืนวันศุกร์นี้เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าใหม่
- ข้อเสนอหลุดเผยสหรัฐฯ อาจลดภาษีเหล็ก อลูมิเนียม และรถยนต์ลงครึ่งหนึ่ง
- แคนาดาอาจสูญเสียตำแหน่งงานถึง 90,000 ตำแหน่งหากมาตรการภาษีใหม่ถูกบังคับใช้
การเจรจาการค้าอันดุเดือดระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ กำลังดำเนินไปอย่างเร่งรีบ โดยเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะถึงเส้นตายที่ฝ่ายสหรัฐฯ เป็นผู้กำหนด ในขณะที่ผู้นำระดับจังหวัดของแคนาดากำลังแสดงความเห็นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางที่รัฐบาลควรเลือกเดิน
วับ คินิว มุขมนตรีแห่งรัฐแมนิโทบา ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงการค้าที่กำลังร่างขึ้น และกระตุ้นให้ประเทศยืนหยัดต่อสู้เพื่อเงื่อนไขที่ดีกว่าเดิม แทนที่จะรีบร้อนยอมทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ซึ่งสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับนายกรัฐมนตรีมาร์ค คาร์นีย์ ที่ต้องพยายามหาทางออกก่อนหมดเวลา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
คณะผู้แทนเจรจานำโดยโดมินิก เลอบลังก์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าแคนาดา มีกำหนดพบกับเจมิสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ในเช้าวันศุกร์นี้ หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายเพิ่งหารือกันนานกว่า 3 ชั่วโมงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเลอบลังก์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้าและใกล้จะบรรลุข้อตกลงกันแล้ว
รายละเอียดที่รั่วไหลไปยังสื่อหลายสำนักระบุว่า สหรัฐฯ อาจยอมลดภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากแคนาดาลงเหลือ 25% จากเดิมที่วางแผนไว้ 50% และลดภาษีรถยนต์จาก 25% เหลือ 15% แลกกับการที่แคนาดายอมเปิดตลาดให้สินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์นมจากสหรัฐฯ มากขึ้น รวมถึงการยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้
"ให้มันตั้งอยู่บนชั้นวางแบบนั้นแหละ"
วับ คินิว มุขมนตรีแห่งรัฐแมนิโทบา
แม้ว่าคินิวจะระบุว่าเขาอาจจำใจต้องยอมให้มีการกลับมาขายแอลกอฮอล์จากสหรัฐฯ ในจังหวัดของตนหากเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของประเทศ แต่เขาก็ได้เรียกร้องให้ประชาชนชาวแคนาดาช่วยกันบอยคอตโดยการไม่ซื้อสินค้าเหล่านั้น พร้อมทั้งประณามท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างรุนแรง
การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดารอบนี้สะท้อนถึงความเปราะบางทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านที่พึ่งพาตลาดส่งออกสหรัฐฯ เป็นหลัก การที่นายกรัฐมนตรีมาร์ค คาร์นีย์ ชูนโยบายแข็งกร้าวมาตั้งแต่ช่วงหาเสียง ทำให้การยอมอ่อนข้อในนาทีสุดท้ายอาจสร้างความไม่พอใจทางการเมืองภายในประเทศอย่างรุนแรง ขณะที่ผลกระทบจากกำแพงภาษีหากเกิดขึ้นจริงจะสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมหนัก
ในขณะเดียวกัน คริสติน เฟรเชตต์ มุขมนตรีรัฐควิเบก ระบุว่ากำลังวิเคราะห์ผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่ก่อนตัดสินใจเรื่องแอลกอฮอล์ ส่วนดัก ฟอร์ด มุขมนตรีรัฐออนแทรีโอยังคงสงวนท่าที ขณะที่โพลสำรวจจากเลเจอร์ชี้ว่าชาวแคนาดาถึง 56% ต้องการให้รัฐบาลใช้จุดยืนที่แข็งกร้าวและไม่ควรยอมอ่อนข้อให้สหรัฐฯ มากจนเกินไป
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น