ข้ามไปเนื้อหาหลัก

อนุทินยันไทยไม่ทิ้งทุนญี่ปุ่น พร้อมดันแผนพลังงานใหม่และดีอี

นายกฯ อนุทินยันไม่ทิ้งนักลงทุนญี่ปุ่น นำ 9 บิ๊กธุรกิจไทยเยือนนิวซีแลนด์ 21 ส.ค. 2569 ดีอีแจงปม TH-AI Passport และเคาะแผน PDP 2026

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
22 Aug 2026ที่มา: Matichon Politics4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
อนุทินยันไทยไม่ทิ้งทุนญี่ปุ่น พร้อมดันแผนพลังงานใหม่และดีอี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันรัฐบาลไม่ทอดทิ้งนักลงทุนญี่ปุ่นที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต
  • รองนายกฯ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นำ 9 บิ๊กธุรกิจไทยเยือนนิวซีแลนด์ร่วมจับคู่ธุรกิจเมื่อ 21 ส.ค. 2569
  • กระทรวงดิจิทัลฯ เคลียร์ปม TH-AI Passport พร้อมใช้ระบบจ่ายเงินตามยอดใช้งานจริง
  • คณะอนุกรรมการ PDP 2026 ไฟเขียว 4 แนวทางพลังงานบรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR 9,000 เมกะวัตต์

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยระหว่างการเดินทางเยือนประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อกลุ่มนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นพันธมิตรทางอุตสาหกรรมที่อยู่คู่ประเทศไทยมาอย่างยาวนานและใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลักอันดับต้นๆ

นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นว่าจะไม่มีการทอดทิ้งนักลงทุนเดิมที่มีความผูกพันกันมานาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ชิ้นส่วนสำคัญส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ ตัวถัง แชสซี หรือระบบควบคุมต่างๆ ล้วนผลิตขึ้นภายในประเทศไทยภายใต้แบรนด์ชั้นนำจากญี่ปุ่น จึงถือเป็นภาคส่วนที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้และต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

Thailand university campus building exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในวันเดียวกัน นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ทำหน้าที่ประธานร่วมกับ Hon. Todd McClay รัฐมนตรีการค้านิวซีแลนด์ และผู้บริหาร Invest New Zealand จัดงาน Business Meeting ที่นครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ โดยมีการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจเพื่อเชื่อมโยงผู้นำภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองด้านนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง บนพื้นฐานความสัมพันธ์ทางการค้าที่มีกรอบความตกลงการค้าเสรีถึง 3 ฉบับรองรับ

นายนฤตม์กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะผู้บริหารระดับสูงจาก 9 กลุ่มบริษัทชั้นนำของไทยที่ร่วมเดินทางไปในคณะครั้งนี้ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งพลังงาน อาหาร ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย บมจ. บี.กริม เพาเวอร์, บมจ. บ้านปู, กลุ่มเซ็นทรัล, บมจ. เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF), บมจ. ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล, บมจ. ปตท., บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCG), บมจ. ศุภาลัย และ บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ ขณะที่ทางฝั่งนิวซีแลนด์นำโดย Mr. Robert Wall ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Invest New Zealand ร่วมด้วยหน่วยงานภาครัฐระดับสูงสะท้อนถึงความสนใจร่วมมืออย่างจริงจัง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

9กลุ่มบริษัทชั้นนำไทยร่วมเยือนนิวซีแลนด์
3กรอบความตกลงการค้าเสรีไทย-นิวซีแลนด์

ในส่วนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ชี้แจงถึงกรณีความล่าช้าในการเปิดตัวโครงการ TH-AI Passport ว่า จำเป็นต้องรอทางสำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินการตรวจสอบร่างสัญญาแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนจะลงนามในวันที่ 18 สิงหาคม และเตรียมเปิดให้บริการทันทีในวันถัดไป พร้อมทั้งยืนยันถึงความโปร่งใสในกระบวนการทำงานและการปรับรูปแบบการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นระบบ Pay Per Active User ที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายตามจำนวนยอดล็อกอินจริงจนครบ 5 ล้านสิทธิ เพื่อความคุ้มค่าสูงสุดของงบประมาณแผ่นดิน

การเดินทางเยือนนิวซีแลนด์และการพบปะกับตัวแทนระดับสูงของไทยและนิวซีแลนด์ครั้งนี้ สะท้อนกลยุทธ์การทูตเชิงเศรษฐกิจที่มุ่งขยายตลาดการค้าและดึงดูดห่วงโซ่อุปทานใหม่ๆ นอกเหนือจากตลาดดั้งเดิม ควบคู่ไปกับการรักษาฐานการผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นในประเทศ ซึ่งต้องเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ขณะที่การปรับโครงสร้างพลังงานผ่านแผน PDP 2026 และการผลักดันโครงการดิจิทัลภาครัฐแสดงให้เห็นถึงความพยายามยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้พร้อมรองรับอนาคตในระยะยาว

Thailand energy power plant landscape

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

นอกจากนี้ รายงานข่าวยังระบุถึงความคืบหน้าของคณะอนุกรรมการจัดทำร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) 2026 (ปี 2569-2593) ที่มี นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เป็นประธาน ได้ให้ความเห็นชอบ 4 แนวทางในการจัดหากำลังผลิตไฟฟ้าใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 โดยทุกแนวทางได้บรรจุเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) กำลังผลิต 9,000 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) อีก 54,500–55,000 เมกะวัตต์ ก่อนที่จะนำเสนอต่อ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในเดือนกันยายน และนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ภายในสิ้นปี 2569 นี้ต่อไป

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้