ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Coventry หวนคืนพรีเมียร์ลีกในรอบ 25 ปี พ่าย Arsenal 3-0

Coventry City คืนสู่พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 25 ปี 94 วัน พ่าย Arsenal แชมป์เก่า 3-0 แต่ Frank Lampard มั่นใจทีมเก็บเกี่ยวบทเรียนสำคัญ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
22 Aug 2026ที่มา: BBC Sport3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 29 Aug 2026
แชร์
Coventry หวนคืนพรีเมียร์ลีกในรอบ 25 ปี พ่าย Arsenal 3-0

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Coventry City หวนคืนพรีเมียร์ลีกในรอบ 25 ปี 94 วัน หลังห่างหายไปตั้งแต่ปี 2001
  • ประเดิมสนามนัดแรกพ่าย Arsenal แชมป์เก่า 0-3 ที่สนาม Emirates Stadium
  • แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือป้ายแดงมองเป็นบทเรียนสำคัญและเชื่อมั่นในตัวลูกทีม
  • ทุ่มงบเสริมทัพราว 130 ล้านปอนด์ คว้าผู้เล่นใหม่เพียบเพื่อลุยศึกพรีเมียร์ลีก

การรอคอยอันยาวนานถึง 25 ปี 94 วันสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อ Coventry City สโมสรที่เคยผ่านช่วงเวลาความยากลำบากมาอย่างยาวนาน ได้ก้าวกลับคืนสู่เวทีพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง แม้ว่าผลการประเดิมสนามนัดแรกของฤดูกาลจะต้องพบกับความพ่ายแพ้ต่อ Arsenal แชมป์เก่า ด้วยสกอร์ 3-0 ณ สนาม Emirates Stadium แต่เสียงเชียร์ของแฟนบอลที่เดินทางมาเยือนจากลอนดอนก็ยังคงดังกระหึ่มตลอดทั้ง 90 นาทีเต็ม

สำหรับสโมสรที่ต้องเผชิญกับความวุ่นวายมานานกว่าสองทศวรรษ ทั้งการย้ายออกจากสนามเหตุดั้งเดิมอย่าง Highfield Road ปัญหาเรื่องเจ้าของทีม รวมถึงการระหกระเหินไปเล่นเป็นทีมเหย้าในนอร์ทแธมป์ตันและเบอร์มิงแฮม การได้กลับมาสู่ลีกสูงสุดจึงเป็นช่วงเวลาที่แฟนบอลทุกคนต่างซาบซึ้งใจ และการพ่ายแพ้ต่อทีมแชมป์เก่าซึ่งผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกเมื่อฤดูกาลก่อน ก็ไม่ได้ทำให้กำลังใจของทีมลดน้อยลงแต่อย่างใด

25 ปีรอคอยคืนพรีเมียร์ลีก
£130ล้านงบเสริมทัพหนีตกชั้น
3-0สกอร์นัดประเดิมสนาม

แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมซึ่งเข้ามารับตำแหน่งต่อจากมาร์ก โรบินส์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 ได้กล่าวหลังจบเกมว่านี่คือบทเรียนที่ดีสำหรับนักเตะของเขา ในเกมนี้ Arsenal เป็นฝ่ายครองเกมเหนือกว่าและทำประตูขึ้นนำทั้งสามลูกภายในนาทีที่ 49 ขณะที่ Coventry มีโอกาสยิงเข้ากรอบเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

"เมื่อเราเข้ามา เราอยู่อันดับที่ 17 ในลีกเดอะแชมเปียนชิพ เด็กๆ ยกระดับตัวเองขึ้นมา และความผูกพันกับแฟนบอลก็ยอดเยี่ยมมาก"

แฟรงค์ แลมพาร์ด

ย้อนกลับไปในการเล่นพรีเมียร์ลีกครั้งสุดท้ายของ Coventry เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2001 ซึ่งจบลงด้วยผลเสมอแบบไร้สกอร์กับแบรดฟอร์ด ซิตี้ และเป็นการปิดฉากการโลดแล่นในลีกสูงสุดนานถึง 34 ปี ก่อนที่พวกเขาจะต้องตกชั้นลงไปเล่นในลีกระดับรอง และใช้เวลาไต่เต้ากลับขึ้นมาจนคว้าแชมป์เดอะแชมเปียนชิพเหนืออิปสวิช ทาวน์ ด้วยคะแนนนำห่าง 11 แต้มในฤดูกาลล่าสุด

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

soccer stadium exterior architecture

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การกลับคืนสู่พรีเมียร์ลีกของ Coventry City ถือเป็นการทำลายสถิติการเว้นช่วงห่างระหว่างการลงสนามในพรีเมียร์ลีกที่นานที่สุดในประวัติศาสตร์ (The longest gap between games by a side in Premier League history) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างหนักในการฟื้นฟูสโมสรจากวิกฤตการณ์ทางการเงินและการบริหารจัดการในอดีต การต้องประเดิมสนามด้วยการพบกับแชมป์เก่าอย่าง Arsenal และโปรแกรมการแข่งขันช่วงต้นฤดูกาลที่มองว่ายากที่สุดในลีกตามการประเมินของ Opta จึงเป็นบททดสอบจิตวิทยาครั้งใหญ่ว่าทีมน้องใหม่จะสามารถประคับประคองตัวให้อยู่รอดในลีกสูงสุดได้หรือไม่

ในช่วงซัมเมอร์นี้ Coventry ได้ทุ่มงบประมาณราว 130 ล้านปอนด์ และทำลายสถิติการซื้อขายผู้เล่นของสโมสรถึง 4 ครั้ง โดยดึงผู้เล่นหน้าใหม่ที่มีประสบการณ์เข้ามาเสริมทัพ ไม่ว่าจะเป็น แฟรงค์ ออนเยกา, ออเรเลียง อาเมนดา, ลูม ชาอูนา, คาร์ล รัชเวิร์ธ รวมถึงสถิติค่าตัวสูงสุดของสโมสรอย่าง เคเล็บ อิเรนกี ด้วยค่าตัว 23.1 ล้านปอนด์จากกานา ซึ่งผู้เล่นเหล่านี้ต่างออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมที่เอมิเรตส์สเตเดียม

โปรแกรมการแข่งขันนัดต่อไปของ Coventry มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลุ้นอยู่รอด เนื่องจากพวกเขาจะต้องเปิดรังเหย้า Coventry Building Society Arena ต้อนรับการมาเยือนของ Hull City ทีมที่เลื่อนชั้นขึ้นมาจากรอบเพลย์ออฟ ขณะที่โปรแกรมเดือนหน้ายังมีคิวพบกับทั้ง Manchester City และ Nottingham Forest รออยู่

ที่มา: BBC Sport

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้