ข้ามไปเนื้อหาหลัก

นายกฯ อนุทิน ปิดฉากเยือนนิวซีแลนด์ แย้มข่าวดีบินตรง

นายกฯ ออนุทิน ชาญวีรกูล สรุปผลเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เมื่อ 22 ส.ค. 2569 ย้ำชายแดนไทยสงบไร้ปะทะ พร้อมแย้มแผนเปิดบินตรง กรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์ เร็วๆ นี้

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
22 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 29 Aug 2026
แชร์
นายกฯ อนุทิน ปิดฉากเยือนนิวซีแลนด์ แย้มข่าวดีบินตรง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ปิดฉากภารกิจเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 ส.ค. 2569
  • ไทยและชาตินิวซีแลนด์-ออสเตรเลีย ยกระดับสู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ พร้อมใช้ประโยชน์จาก FTA เต็มสูบ
  • ยันชายแดนไทยทุกจุดสงบเรียบร้อย ไร้ปะทะทหาร และชะลอเจรจาพื้นที่ทับซ้อนกัมพูชา
  • แย้มข่าวดีเตรียมรื้อฟื้นเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์ ของสายการบินไทยในเร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2569 ที่เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวสรุปภาพรวมความสำเร็จในภารกิจวันสุดท้ายของการเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยระบุว่าคณะได้เริ่มต้นเดินทางจากนครซิดนีย์สู่กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เพื่อเข้าเยี่ยมชมวัดไทย พบปะชุมชนชาวไทย รวมถึงเข้าพบผู้ว่าการรัฐและนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย

ในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นายกรัฐมนตรีเผยว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ อยู่ในระดับที่ดีเยี่ยม โดยทั้งสามประเทศได้วางกลยุทธ์และลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งด้านการค้า เศรษฐกิจ วัฒนธรรม เทคโนโลยี และการลงทุน พร้อมมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

New Zealand university campus building exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ด้านสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดน นายกรัฐมนตรียืนยันว่าแนวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงแนวชายแดนกัมพูชาในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี จันทบุรี และตราด มีความสงบเรียบร้อยดี และไม่มีเหตุการณ์ปะทะกันทางทหารแต่อย่างใด สำหรับประเด็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับกัมพูชานั้น รัฐบาลได้ใช้นโยบายชะลอการเจรจาข้อพิพาทหรือ "โฮลไว้ก่อน" เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและรักษาบรรยากาศสันติภาพ

100%การขอรับการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เติบโตขึ้น
20%การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงสถานการณ์ในประเทศเมียนมาว่า รัฐบาลไทยมีจุดยืนชัดเจนว่าไม่สนับสนุนให้ชนกลุ่มน้อยใช้อาวุธหรือใช้พื้นที่ชายแดนสร้างผลกระทบต่อประเทศไทย โดยไทยกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับอาเซียนเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน เช่น ปัญหายาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตลอดจนการบริหารจัดการพลังงานก๊าซธรรมชาติเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ พร้อมกันนี้ยังได้เปิดเผยถึงตัวเลขทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยการขอรับการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เติบโตเกือบ 100% และการส่งออกขยายตัวถึง 20% ควบคู่กับค่าเงินบาทที่มีเสถียรภาพ

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"ทุกคนเปรียบเสมือนเอกอัครราชทูตหรือทูตวัฒนธรรม ที่ช่วยสร้างชื่อเสียง สร้างความเชื่อมั่น และดึงดูดชาวต่างชาติให้สนใจประเทศไทย"

นายอนุทิน ชาญวีรกูล

การเยือนนิวซีแลนด์และออสเตรเลียของผู้นำไทยครั้งนี้สะท้อนถึงยุทธศาสตร์การทูตเชิงรุกในการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค เพื่อชดเชยความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากกรอบความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่มีอยู่เดิม พร้อมทั้งพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติผ่านตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวยกย่องคนไทยในต่างแดนทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยหรือเชฟ ที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนทูตวัฒนธรรมช่วยสร้างชื่อเสียงและดึงดูดชาวต่างชาติให้มาเยือนประเทศไทย พร้อมกับทิ้งท้ายด้วยข่าวดีว่า รัฐบาลกำลังผลักดันและเตรียมเปิดเผยข่าวดีในเร็วๆ นี้ เกี่ยวกับแผนการของสายการบินไทยที่จะกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงเส้นทางกรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์อีกครั้ง

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้