เด็จพี่จี้รัฐเยียวยาน่าน พร้อมพงศ์เตือน 3 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม
พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย จี้รัฐบาลเร่งเยียวยา จ.น่าน ลดขั้นตอนเอกสาร พร้อมอ้างข้อมูล GISTDA เตือน สุโขทัย พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เฝ้าระวังน้ำท่วม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ จี้รัฐบาลเร่งเยียวยาน่านหลังน้ำท่วมและมีผู้เสียชีวิต 3 ราย
- อ้างข้อมูล GISTDA วันที่ 21 ส.ค. 2569 เตือนพื้นที่เสี่ยงกว่า 3,900 ตร.กม.
- แนะ 3 จังหวัด สุโขทัย พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เตรียมพร้อมรับมือก่อนน้ำหลาก
- เน้นย้ำการแจ้งเตือนต้องรวดเร็วและลดขั้นตอนการช่วยเหลือประชาชน
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการช่วยเหลือและฟื้นฟูจังหวัดน่าน หลังจากเผชิญกับสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งบ้านเรือน ถนน รถยนต์ พื้นที่เกษตรกรรม และร้านค้า รวมถึงมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 3 ราย โดยระบุว่าความเดือดร้อนของประชาชนยังคงดำเนินอยู่แม้หลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการฟื้นฟูแล้วก็ตาม
นายพร้อมพงศ์ระบุว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นควรใช้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ ในการเตรียมความพร้อมก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้นจริง พร้อมกันนี้ได้นำข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ and ภูมิสารสนเทศ (GISTDA) เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 09.29 น. จากระบบเช็คน้ำ มาเตือนให้ภาครัฐเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำในจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก และพื้นที่ใกล้เคียง รวมพื้นที่กว่า 3,900 ตารางกิโลเมตร ขณะที่กรมป้องกัน and บรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้กำชับให้ติดตามสถานการณ์ในจังหวัดอุตรดิตถ์ สุโขทัย และพิษณุโลกอย่างใกล้ชิดเช่นกัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
จากสถานการณ์ดังกล่าว นายพร้อมพงศ์ได้ฝากข้อเสนอแนะเร่งด่วนถึงรัฐบาล 3 ประการ ประการแรกคือการเยียวยาจังหวัดน่านที่น้ำลดแล้ว ความช่วยเหลือต้องไม่ลดลง ทั้งการจัดการดินโคลน ขยะ น้ำเสีย and ปัญหาสาธารณสุข พร้อมจี้ให้กระบวนการสำรวจความเสียหาย and เยียวยาทำเชิงรุก ลดขั้นตอนเอกสารให้มากที่สุด รวมถึงการพิจารณาพักหรือผ่อนปรนหนี้ and สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้ระบบวิ่งหาประชาชน
"น้ำมาห้ามไม่ได้ แต่ความสูญเสียลดได้ ถ้ารู้ก่อน เตือนทัน ความสำเร็จของการบริหารน้ำ ไม่ได้วัดว่ามีข้อมูลกี่ชุดหรือตั้งศูนย์กี่แห่ง แต่ต้องวัดว่า ข้อมูลไปถึงประชาชนทันหรือไม่"
พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์
ประการที่สองคือการเตรียมความพร้อมในจังหวัดอุตรดิตถ์ สุโขทัย และพิษณุโลก โดยรัฐต้องใช้ข้อมูล GISTDA ลงมือก่อนเกิดเหตุ เพิ่มการเช็กเส้นทางน้ำ จุดเสี่ยง and จุดอพยพสำหรับกลุ่มเปราะบาง พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำ รถ เรือ อาหาร ยา and ศูนย์พักพิง คำเตือนต้องเข้าถึงชาวบ้านล่วงหน้าเพื่อให้มีเวลาเก็บของและอพยพ ประการสุดท้ายคือข้อมูลต้องไปถึงคนหน้างานและประชาชนก่อนน้ำถึงบ้าน โดยใช้ข้อมูลจากชุมชนที่รู้เส้นทางอพยพจริงเพื่อประสานการทำงานทุกหน่วยงานให้ตรงกัน
วิกฤติน้ำท่วมในประเทศไทยมักสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างในการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยเฉพาะความล่าช้าในกระบวนการเบิกจ่ายงบประมาณเยียวยาและการประสานงานระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น การนำข้อมูลดาวเทียมจาก GISTDA มาผนวกกับเครือข่ายเตือนภัยภาคประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญในการลดความสูญเสียเชิงชีวิตและทรัพย์สิน แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือกลไกการปฏิบัติงานหน้างานว่าจะสามารถแปลงข้อมูลเชิงเทคนิคให้เป็นการอพยพที่มีประสิทธิภาพได้รวดเร็วเพียงใด
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น