กมธ.สธ. จี้กทม. ส่งรายชื่อ 500 คน เอี่ยวปมพ่อทิพย์
กมธ.สาธารณสุข จี้ กทม. ส่งรายชื่อ 500 คนเข้าข่ายพ่อทิพย์ ยันเดินหน้าลุยปมแอปหมอพร้อมทิพย์และคดีลักลอบส่งออกกัญชา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กมธ.สาธารณสุขจี้ กทม. ส่งรายชื่อ 500 คนพัวพันปมพ่อทิพย์
- พบโรงพยาบาลเอกชนเกือบ 20 แห่งเชื่อมโยง ยันเดินหน้าสอบแอปหมอพร้อมทิพย์
- เตรียมทำหนังสือจี้กรมศุลกากรสอบปมลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศ
- จ่อปรับแก้กฎหมายกัญชาให้ใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้นและควบคุมเข้มงวดขึ้น
คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เดินหน้าตรวจสอบปัญหาทุจริตในระบบสาธารณสุขอย่างเข้มข้น โดยล่าสุดได้เร่งรัดให้ทางกรุงเทพมหานครจัดส่งรายชื่อจำนวน 500 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเข้าข่ายในประเด็นปัญหาพ่อทิพย์ เพื่อนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการหาผู้กระทำผิดตัวจริง และมุ่งหวังที่จะสะสางปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังโดยยังไม่ต้องการใช้มาตรการทางกฎหมายที่รุนแรงอย่างพระราชบัญญัติอำนาจเรียกในทันที
นายสกลธี ภัททิยกุล เปิดเผยว่า ข้อมูลในเบื้องต้นทางคณะกรรมาธิการมีอยู่แล้วในมือ แต่ต้องการการยืนยันที่ชัดเจนและเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง หากไม่ได้รับความร่วมมือผ่านการขอข้อมูลตามปกติ อาจมีความจำเป็นต้องใช้พระราชบัญญัติอำนาจเรียก หรือเชิญหน่วยงานดังกล่าวเข้ามาชี้แจงทุกสัปดาห์ พร้อมระบุว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา พบโรงพยาบาลเอกชนประมาณ 8 แห่งที่เกี่ยวข้อง และปัจจุบันตัวเลขดังกล่าวได้เพิ่มสูงขึ้นเกือบ 20 แห่งแล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกเหนือจากประเด็นพ่อทิพย์แล้ว ในสัปดาห์หน้าที่มีการประชุมสภา ทางคณะกรรมาธิการจะหยิบยกประเด็นแอปพลิเคชันหมอพร้อมทิพย์ขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด โดยระบุว่าคำชี้แจงจากกระทรวงสาธารณสุขที่ระบุว่าเป็นเพียงการคีย์ข้อมูลผิดพลาดนั้นยังไม่เพียงพอ เนื่องจากมีผู้เดินทางมาร้องเรียนแล้วกว่า 200 ถึง 300 ราย ซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจเป็นการทุจริต และยืนยันว่าจะเดินหน้าเรื่องพ่อทิพย์ แม่ทิพย์ให้ถึงที่สุดเพราะพบว่ากลุ่มทุนสีเทาเริ่มเข้าไปกัดกินงบประมาณในกระบวนการสาธารณสุขไทยแล้ว
การที่คณะกรรมาธิการสาธารณสุขต้องใช้มาตรการเร่งรัดและเตรียมงัด พ.ร.บ.อำนาจเรียก สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการตรวจสอบหน่วยงานรัฐและเอกชน กรณีแอปพลิเคชันหมอพร้อมทิพย์และปัญหาพ่อทิพย์แม่ทิพย์ไม่เพียงแต่กระทบต่องบประมาณภาครัฐ แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การที่ตัวเลขโรงพยาบาลเอกชนที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นจาก 8 แห่งเป็นเกือบ 20 แห่ง บ่งชี้ว่าปัญหาดังกล่าวอาจมีเครือข่ายที่กว้างขวางกว่าที่คาดการณ์ไว้
ในส่วนของปัญหาการลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศจำนวนมาก ทางคณะกรรมาธิการเตรียมทำหนังสือถึงกรมศุลกากรเพื่อตรวจสอบจำนวนการจับกุมและสืบหาตัวบุคคลที่นำตู้คอนเทนเนอร์ออกไป โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นชาวต่างชาติแต่เชื่อว่าต้องมีคนไทยร่วมมือด้วย นอกจากนี้ ยังได้ตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณากฎหมายควบคุมกัญชาเป็นเรื่องแรก โดยจะปรับแก้ให้การครอบครองมีความยากขึ้นและต้องใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น เพื่อไม่ให้ประเทศไทยถูกมองเป็นศูนย์กลางการส่งออก พร้อมคุมเข้มเยาวชนไม่ให้เข้าถึงกัญชาที่อาจส่งผลต่อพัฒนาการทางสมอง
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น