ข้ามไปเนื้อหาหลัก

เวลส์อ่วม ไฟป่าเดือนกรกฎาคมดัน Torfaen สู่ฮอตสปอตคาร์บอนโลก

เทศมณฑล Torfaen ในเวลส์ติดอันดับปล่อยก๊าซคาร์บอนจากไฟป่าสูงสุดในโลกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังเกิดเพลิงไหม้รุนแรงขนาดเท่าสนามฟุตบอล 300 สนาม

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
23 Aug 2026ที่มา: BBC Science & Environment3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
เวลส์อ่วม ไฟป่าเดือนกรกฎาคมดัน Torfaen สู่ฮอตสปอตคาร์บอนโลก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Torfaen ในเวลส์กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ปล่อยคาร์บอนจากไฟป่าสูงสุดในโลก
  • ข้อมูลจากโครงการ Copernicus ของ EU ชี้ความรุนแรงเทียบเท่าพื้นที่วิกฤตโลก
  • ไฟป่าบนเทือกเขา Mynydd Garnclochdy เผาผลาญพื้นที่ไปถึง 80 เฮกตาร์
  • ควันไฟลอยไกลไปถึงเมืองคาร์ดิฟฟ์ที่อยู่ห่างออกไปราว 30 ไมล์

สำนักข่าว BBC รายงานว่า เทศมณฑล Torfaen ในประเทศเวลส์ ได้กลายมาเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อตารางกิโลเมตรสูงที่สุดในโลกจากเหตุการณ์ไฟป่าเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อ้างอิงข้อมูลจากองค์กรการกุศล Save the Children ที่หยิบยกสถิติจากโครงการสังเกตการณ์โลก Copernicus ของสหภาพยุโรป

เหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณเหนือเมือง Blaenavon ใน Torfaen โดยหน่วยดับเพลิงระบุว่าเป็นหนึ่งในเหตุไฟป่าครั้งที่ใหญ่และท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งในทางตอนใต้ของเวลส์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เปลวเพลิงได้ลุกลามครอบคลุมพื้นที่ทุ่งหญ้าและพื้นที่ส่วนรวม (commons) ไปมากถึง 80 เฮกตาร์ หรือมีขนาดเทียบเท่ากับสนามฟุตบอลประมาณ 300 สนาม บนภูเขา Mynydd Garnclochdy ระหว่างพื้นที่ Abersychan และ Blaenavon

80เฮกตาร์พื้นที่เสียหาย
300สนามฟุตบอลเทียบเท่า
30ไมล์ควันลอยไกลถึงคาร์ดิฟฟ์

ความรุนแรงของสถานการณ์ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่รายงานว่าสามารถได้กลิ่นควันไฟได้อย่างชัดเจน แม้จะอยู่ไกลออกไปถึงเมืองคาร์ดิฟฟ์ (Cardiff) ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 30 ไมล์ หรือประมาณ 48 กิโลเมตร นอกจากนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังรวมถึงไฟป่าจุดอื่นๆ ในภูมิภาค จนนำไปสู่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับวิกฤต (major incident) ที่ต้องขอกำลังสนับสนุนจากกองทัพเข้ามาช่วยเหลือ

"There was great concern about air quality and the impact on elderly people and those suffering with respiratory issues such as emphysema and COPD."

Janet Jones

Janet Jones สมาชิกสภาท้องถิ่นเมือง Blaenavon เปิดเผยว่า กวันพิพิษมีความหนาแน่นรุนแรงเป็นพิเศษในวันที่ 13 สิงหาคม ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 3 weeks หลังจากเกิดเพลิงไหม้ครั้งแรก โดยสร้างความกังวลอย่างมากต่อคุณภาพอากาศและผลกระทบสุขภาพของกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจอย่างถุงลมโป่งพอง (emphysema) และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) แม้ว่าในเบื้องต้นเธอจะยังไม่พบรายงานจำนวนผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจที่เพิ่มขึ้นจากการหารือกับพยาบาลประจำคลินิกเมื่อสองสัปดาห์ก่อน แต่เธอก็ยอมรับว่าสถานการณ์นี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ในอีกหลายเดือนข้างหน้า

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

UK countryside hills nature environment

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

เหตุการณ์ไฟป่าในเวลส์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เพียงในภูมิภาคเขตร้อนหรือประเทศที่มีอากาศแห้งแล้งเท่านั้น แต่ยังลามไปยังพื้นที่ยุโรปเหนือที่มีความชื้นสูงขึ้นเรื่อยๆ การที่พื้นที่ขนาดเล็กอย่าง Torfaen ขยับขึ้นมาเทียบชั้นกับภูมิภาคที่มักประสบปัญหาไฟป่ารุนแรงระดับโลก เช่น ในแองโกลา สเปน หรือแอลจีเรีย ตามข้อมูลของ Copernicus ตอกย้ำว่าความถี่และความรุนแรงของไฟป่ากำลังกลายเป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมระดับสากลที่ทุกฝ่ายต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ในขณะเดียวกัน Melanie Simmonds หัวหน้าฝ่าย Save the Children ประจำเวลส์ ได้ออกมาแสดงความห่วงใยถึงผลกระทบต่อเด็กๆ โดยระบุว่าทั้งในเวลส์และทั่วโลก เด็กๆ กำลังต้องสูดดมควันไฟป่า ทนรักษาสุขภาพท่ามกลางคลื่นความร้อน และสูญเสียอิสรภาพในการวิ่งเล่นกลางแจ้งเพราะอากาศไม่ปลอดภัย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อร่างกายและปอดที่ยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนา

ทางด้านสภาเทศบาล Torfaen ออกมาชี้แจงว่า ทางหน่วยงานยังไม่ทราบข้อมูลงานวิจัยดังกล่าว และยังไม่ชัดเจนว่าข้อมูลหรือหลักฐานใดที่ถูกนำมาใช้ในการประเมินข้อสรุปดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทางสภาก็ยอมรับว่าเหตุไฟป่าที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อคุณภาพอากาศท้องถิ่น โดยเฉพาะปริมาณควันและอนุภาคฝุ่นละอองที่เพิ่มขึ้น โดยทางสภามีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ตั้งอยู่ใน Croesyceiliog Cwmbran คอยทำหน้าที่ตรวจสอบสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง

ที่มา: BBC Science & Environment

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้