ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Mark Carney กับบททดสอบสำคัญหลังยุติเจรจากับสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรี Mark Carney เผชิญบททดสอบทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังตัดสินใจระงับเจรจาการค้ากับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และตอบโต้ด้วยภาษี

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
23 Aug 2026ที่มา: BBC World3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Mark Carney กับบททดสอบสำคัญหลังยุติเจรจากับสหรัฐฯ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายกฯ Mark Carney ตัดสินใจระงับดีลการค้าและตอบโต้ภาษีกับสหรัฐฯ
  • การคว่ำบาตรสินค้าและท่องเที่ยวกระทบเศรษฐกิจสหรัฐฯ มูลค่าหลายพันล้าน
  • Premier ดูกลุ่มจังหวัดและ Doug Ford หนุนแนวทางแข็งกรวดของรัฐบาลกลาง
  • อนาคตความตกลงการค้าเสรี USMCA เผชิญความไม่แน่นอนสูง

ความสัมพันธ์อันยาวนานหลายทศวรรษระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ กำลังเผชิญสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่นายกรัฐมนตรี Mark Carney ตัดสินใจเดินออกจากโต๊ะเจรจากับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงดึก โดยเลือกที่จะใช้มาตรการตอบโต้ทางภาษีแทนการยอมรับข้อตกลงที่เกือบจะบรรลุผลสำเร็จแล้ว การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้เขาเป็นหนึ่งในผู้นำโลกกลุ่มแรกๆ ที่เลือกปฏิเสธข้อเสนอจากทำเนบขาว ซึ่งผลลัพธ์ที่จะตามมานั้นเป็นสิ่งที่ประชาคมโลกกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด

ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวโทษการเปลี่ยนแปลงในนาทีสุดท้ายว่าเป็นชนวนเหตุให้ข้อตกลงเบื้องต้นต้องล่มลง โดย Carney ระบุว่าทางสหรัฐฯ นั้น "เรียกร้องมากเกินไปแต่มอบให้น้อยเกินไป" พร้อมทั้งวิจารณ์ข้อเสนอใหม่จากสหรัฐฯ ว่ามีความไม่เป็นธรรม ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และทำให้ความน่าเชื่อถือของข้อตกลงใดๆ กลายเป็นคำถาม นอกจากนี้ เขายังกล่าวเปรียบเปรยถึงรัฐบาลสหรัฐฯ ในทางคมคายว่า "เราตระหนักดีว่าบางครั้งลายเซ็นของที่นี่ถูกเขียนด้วยดินสอ" ในขณะที่ Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กลับชี้ว่าปัญหาเกิดจากข้อเรียกร้องใหม่และการถอนตัวจากข้อผูกพันเดิมของฝั่งแคนาดา

70%ของสินค้าส่งออกแคนาดาไปยังสหรัฐฯ
C$3.3bnรายได้ท่องเที่ยวสหรัฐฯ ที่สูญเสียไป
78%การส่งออกไวน์สหรัฐฯ ไปแคนาดาดิ่งลง

การตัดสินใจลุกออกจากการเจรจานี้จะทดสอบความตั้งใจของชาวแคนาดาในการแบกรับความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจ เพื่อผลักดันให้สหรัฐฯ ยอมประนีประนอมมากขึ้น โดยแคนาดามีสัดส่วนการส่งออกราว 70% ไปยังสหรัฐฯ และรัฐเช่น มิชิแกน เคนตักกี้ อินดีแอนา และโอไฮโอ คือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ผลสำรวจจาก Abacus Data เผยว่าชาวแคนาดาประมาณ 36% สนับสนุนการตอบโต้ภาษี ขณะที่ผลสำรวจจาก Leger ระบุว่า 56% ต้องการให้รัฐบาลใช้ท่าทีแข็งกรวดและไม่ยอมอ่อนข้อให้อีก นอกจากนี้ ความไม่พอใจยังแสดงออกผ่านการคว่ำบาตรการเดินทางและการแบนแอลกอฮอล์สหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้มูลค่าการส่งออกไวน์และสุราอเมริกันลดลงมากกว่า 70% ตามข้อมูลการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ และรายงานจากสมาคมผู้ผลิตสุราสหรัฐฯ

Canada parliament building exterior Ottawa

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การปะทะกันทางการค้าระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ รอบนี้สะท้อนจุดเปลี่ยนสำคัญของความตกลง USMCA (ข้อตกลงสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา) ที่กำลังอยู่ระหว่างการทบทวน นโยบาย America First ของสหรัฐฯ ที่ใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจบีบพันธมิตรดั้งเดิม สร้างความท้าทายให้ผู้นำอย่าง Mark Carney ที่ชูนโยบาย 'elbows up' ต้องพิสูจน์ว่าการยืนหยัดสู้จะคุ้มค่ากับต้นทุนทางเศรษฐกิจระยะสั้นหรือไม่ ก่อนที่เขาจะเข้าพบผู้นำระดับจังหวัดในวันเสาร์นี้เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน

ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ Howard Lutnick ถูกรายงานจากสื่อแคนาดาว่าไม่พอใจกับข้อตกลงดังกล่าวเช่นกัน แม้กระทั่ง Doug Ford มุขมนตรีแห่งรัฐออนแทรีโอ ซึ่งเดิมทีเงียบเกี่ยวกับข้อตกลงเบื้องต้น ก็ได้ส่งจดหมายถึง Carney เพื่อแสดงความกังวลว่าการยอมจำนนต่อแรงกดดันจะทำให้สหรัฐฯ ยิ่งเรียกร้องมากขึ้นเรื่อยๆ ทว่าหลังจากที่การเจรจาล่มลง Ford ได้ประกาศสนับสนุนจุดยืนของนายกรัฐมนตรีอย่างเต็มที่ในการตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน

ที่มา: BBC World

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้