แสวง ชี้ 3 เงื่อนไขส่งศาลคดีฮั้ว ส.ว. - ไอลอว์เปิด 229 รายชื่อ
นายแสวง บุญมี เผย 3 เงื่อนไข กกต. ส่งศาลฎีกาคดีฮั้วเลือก ส.ว. ด้านไอลอว์เปิด 229 รายชื่อผู้ถูกกล่าวหา พร้อมพยานแฉข้อเสนอเงิน 6 หลัก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายแสวง บุญมี แจง 3 เงื่อนไขตามมาตรา 226 รัฐธรรมนูญในการส่งศาลฎีกาคดีฮั้ว ส.ว.
- ไอลอว์เปิด 229 รายชื่อผู้ถูกกล่าวหา รวมถึง ส.ว. 138 คน และรัฐมนตรี-ส.ส. พรรคภูมิใจไทย 21 คน
- น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ เผยถูกโทรชักชวนและเสนอเงิน 6 หลักระหว่างลงสมัคร ส.ว.
- มีการกล่าวถึงการพิมพ์รายชื่อ 19 ส.ว. เสนอผู้มีอำนาจพรรคการเมืองพร้อมค่าตอบแทน 3 ล้านบาท
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงเกณฑ์การพิจารณาคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยระบุถึงองค์ประกอบตามมาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่ กกต. จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งภายหลังประกาศผลการเลือก ส.ว. ว่าต้องประกอบด้วยเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการด้วยกัน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกรอบกฎหมายที่กำหนดไว้
เงื่อนไขแรกคือ ผู้สมัครรับเลือกต้องกระทำการทุจริตในการเลือก หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำของผู้อื่น หากผู้สมัครไม่ได้กระทำการทุจริตและไม่มีส่วนรู้เห็น ก็จะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ว่าเข้าข่ายหรือไม่ ส่วนเงื่อนไขที่สองคือ ต้องมีการกระทำที่เข้าข่ายทุจริต เช่น การจ้างให้ลงสมัคร การจ้างให้ลงคะแนน การสมยอม การแลกคะแนน หรือการให้ประโยชน์อื่นใดเพื่อให้เลือกตนเอง และเงื่อนไขสุดท้ายคือ ต้องมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หากครบทั้ง 3 ประการ กกต. ต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาต่อไป
การตีความมาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญถือเป็นหัวใจสำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใสของการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน เนื่องจากกระบวนการเลือก ส.ว. แบบไขว้ตามกฎหมายใหม่มีความซับซ้อนสูง การพิสูจน์เจตนาและการสมยอมจึงต้องอาศัยทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสารที่หนาแน่น เพื่อให้ กกต. มีน้ำหนักเพียงพอในการยื่นศาลฎีกาดำเนินคดีเพิกถอนสิทธิ
ในเวลาเดียวกัน ทางเพจเฟซบุ๊กของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ 229 รายชื่อผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกงเลือก ส.ว. โดยในจำนวนดังกล่าวแบ่งออกเป็น:
- สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 138 คน พร้อมระบุชื่อ นามสกุล กลุ่มที่ลงสมัคร และจังหวัด
- ส.ว.สำรองและผู้สมัคร ส.ว. จำนวน 50 คน ระบุข้อมูลกลุ่ม จังหวัด และระดับที่ผ่านการคัดเลือก
- รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย จำนวน 21 คน
- บุคคลที่ระบุว่าเป็นเครือข่ายพรรคภูมิใจไทยอีก 20 คน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ต่อมา ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น ไอลอว์ นำโดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ ได้จัดกิจกรรมในหัวข้อ “ชนกำแพงให้จบๆ ผ่าพิภพ สว.” เพื่อเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการเลือก ส.ว. และกลไกที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยมีอดีตผู้สมัคร ส.ว. มาร่วมให้ข้อมูลด้วย ได้แก่ น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ อดีตผู้สมัคร ส.ว. กลุ่ม 8 สิ่งแวดล้อม และ น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ อดีตผู้สมัคร ส.ว. กลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน
ด้าน น.ส.หทัยรัตน์ เปิดเผยภายในงานว่า ระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน 2567 มีผู้สมัคร ส.ว. โทรศัพท์หาเธอประมาณ 10 ครั้ง แจ้งว่าจะมีการประชุมกันที่โรงแรมย่านงามวงศ์วาน แม้เธอจะแจ้งว่ามีอพาร์ตเมนต์อยู่ในกรุงเทพฯ ไม่มีปัญหาเรื่องที่พัก แต่ก็ได้รับแจ้งว่าจะมีการจ่ายค่าเดินทางให้ ก่อนที่การโทรศัพท์ครั้งสุดท้ายจะมีการชักชวนให้เข้าร่วมกลุ่ม โดยให้เหตุผลว่ากลุ่มดังกล่าวยังไม่มีตัวแทนจากสายสื่อมวลชน พร้อมทั้งมีการเสนอเงินให้ในจำนวน “6 หลัก”
"วันที่ 23 กรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นวันก่อนการเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา มีการพิมพ์รายชื่อ ส.ว. จำนวน 19 คน เพื่อนำไปเสนอให้ผู้มีอำนาจของพรรคการเมือง โดยมีการกล่าวถึงการขอโหวตประธานวุฒิสภาและค่าตอบแทนคนละ 3 ล้านบาท"
น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น