ป่วน 3 จว.ใต้: เกิดเหตุ 52 จุด มทภ.4 ชี้แก๊งค้ายาจ้างตอบโต
เกิดเหตุรุนแรง 52 จุดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเหตุเฮลิคอปเตอร์ปริศนากราดยิงและบึ้มทางรถไฟ แม่ทัพภาคที่ 4 ชี้เป็นฝีมือขบวนการค้ายาเสพติดและของเถื่อนที่สูญเสียรายได้จากการกวาดล้างของรัฐ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เกิดเหตุความไม่สงบปูพรมรวม 52 จุดในพื้นที่ 12 อำเภอของจังหวัดนราธิวาสและพื้นที่ใกล้เคียง
- พบเฮลิคอปเตอร์ปริศนาบินวนต่ำกราดยิงชาวบ้านขี่รถจักรยานยนต์เจ็บ 1 ราย และเหตุบึ้มเสาไฟฟ้า-ทางรถไฟ
- การรถไฟแห่งประเทศไทยสั่งปิดเส้นทางสถานีมะรือโบ - ตันหยงมัส ชั่วคราวหลังพบความเสียหาย
- แม่ทัพภาคที่ 4 เผยเป็นฝีมือขบวนการค้ายาและของเถื่อนที่เสียผลประโยชน์จากยุทธการกวาดล้าง
สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เดือดขึ้นอีกครั้ง หลังเกิดเหตุการณ์ร้ายปูพรมกระจายไปทั่วในพื้นที่ 12 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส รวมแล้วเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆ ทั้งการวางระเบิด การเผา การปล้น การกราดยิง และเหตุระเบิดรางรถไฟ มากถึง 52 จุด สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก
ความรุนแรงยังลุกลามต่อเนื่องเมื่อชาวบ้านในพื้นที่บ้านกูมุง หมู่ 2 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ ได้แจ้งเบาะแสว่ามีเฮลิคอปเตอร์ไม่ทราบสังกัดจำนวน 1 ลำ บินวนเวียนต่ำอยู่เหนือหมู่บ้าน ก่อนจะใช้อาวุธปืนสาดกระสุนใส่ชาวบ้านที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มอีก 1 ราย นอกจากนี้ ในช่วงเช้าวันที่ 23 สิงหาคม ยังเกิดเหตุระเบิดบริเวณเสาไฟฟ้า ริมถนนสาย 4056 ในพื้นที่บ้านควน หมู่ 6 ตำบลและอำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาสด้วย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ผลกระทบจากเหตุความรุนแรงดังกล่าวยังลามไปถึงระบบคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ประกาศแจ้งปิดเส้นทางเดินรถไฟในช่วงสถานีมะรือโบ ถึงตันหยงมัส จังหวัดนราธิวาส เป็นการชั่วคราว หลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายการช่างได้ตรวจพบร่องรอยความเสียหายบริเวณหมอนคอนกรีตทางรถไฟ ซึ่งได้รับผลกระทบจากแรงระเบิดที่เกิดขึ้น
ด้าน พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า การก่อเหตุทั้งหมดแม้โดยภาพรวมอาจไม่ได้มุ่งหวังเอาชีวิตของประชาชนหรือเจ้าหน้าที่โดยตรง แต่เป็นรูปแบบการสร้างสถานการณ์เพื่อต้องการดิสเครดิตการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐในช่วงที่ผ่านมา
ขบวนการดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติด และมีการประเมินว่ามูลค่าการค้าผิดกฎหมายในแต่ละเดือนอาจสูงหลายร้อยล้านบาท ซึ่งอาจเป็นแรงจูงใจให้กลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ
พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4
แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่าในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินมาตรการปิดล้อมตรวจค้นและกดดันกลุ่มผู้ก่อเหตุในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งดำเนินตามยุทธการ 90 วันพิฆาตยาเสพติด จนสามารถจับกุมยาเสพติดและผู้กระทำความผิดได้เป็นจำนวนมาก ล่าสุดในช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังสามารถทลายขบวนการค้าของผิดกฎหมายในพื้นที่อำเภยะรัง ยึดของกลางเป็นบุหรี่ผิดกฎหมายมากกว่า 2,000,000 มวน และเงินสดอีกประมาณ 18 ล้านบาท
สถานการณ์ความไม่สงบในชายแดนใต้รอบนี้มีความซับซ้อนขึ้นเนื่องจากภาครัฐพุ่งเป้าไปที่การตัดวงจรเศรษฐกิจใต้ดิน ทั้งยาเสพติดและสินค้าหนีภาษีที่มีเงินหมุนเวียนมหาศาลระดับหลายร้อยล้านบาทต่อเดือน การใช้มาตรการกดดันอย่างหนักทำให้กลุ่มทุนสีดำและเครือข่ายผู้เสียผลประโยชน์ต้องดิ้นรนสร้างสถานการณ์ปั่นป่วนเพื่อลดแรงกดดันและพยายามดิสเครดิตการทำงานของฝ่ายความมั่นคง
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น