ไขข้อสงสัยไหว้เจ้าแม่ตะเคียน จุดธูปกี่ดอก พร้อมของถวาย
เปิดข้อควรรู้การไหว้เจ้าแม่ตะเคียนทอง ต้องจุดธูปกี่ดอก พร้อมจัดเตรียมของถวายและบทสวดคาถาขอโชคลาภตามความเชื่อโบราณ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- การจุดธูปไหว้เจ้าแม่ตะเคียนไม่มีการกำหนดจำนวนดอกตายตัว
- การเตรียมของถวายเน้นเครื่องหอม ผ้าสามสีหรือผ้า 7 สี และชุดไทย
- มีบทสวดบูชาเฉพาะและข้อปฏิบัติในการตั้งจิตอธิษฐาน
ความเชื่อเรื่องการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสังคมไทยยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการกราบไหว้แม่ตะเคียนทองที่หลายคนนิยมเดินทางไปขอพรและโชคลาภเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วการจุดธูปเพื่อบูชานั้นไม่ได้มีการกำหนดตายตัวว่าจะต้องใช้จำนวนกี่ดอก แต่จะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และความตั้งใจของผู้ไหว้เป็นหลัก
นอกจากการจุดธูปแล้ว การจัดเตรียมเครื่องสักการะถวายก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ผู้ศรัทธาให้ความสนใจ โดยสิ่งของที่นิยมนำมาถวายมักเป็นสิ่งของที่แสดงถึงความสวยงามและเครื่องหอม ได้แก่
- ผ้าสามสี หรือ ผ้า 7 สี สำหรับนำไปผูกหรือถวายแก่ต้นตะเคียน
- เครื่องหอมและน้ำหอม เช่น น้ำอบ น้ำหอม แป้งร่ำ หรือแป้งหอม
- ชุดไทยสตรี โดยนิยมเลือกสีส้ม สีทอง หรือสีชมพู
- ดอกไม้สด เช่น ดอกบัว ดอกมะลิ หรือพวงมาลัยดอกดาวเรือง
- น้ำหวานและผลไม้ เช่น น้ำแดง น้ำสะอาด และผลไม้มงคลอย่างกล้วย ส้ม หรือมะพร้าวอ่อน โดยมีข้อห้ามสำคัญคือห้ามถวายเนื้อสัตว์ดิบเด็ดขาด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของขั้นตอนการประกอบพิธีบูชา ผู้ไหว้จะต้องเริ่มต้นด้วยการตั้งนะโม 3 จบ จากนั้นจึงสวดคาถาบูชาตามบทสวดโบราณเพื่อความเป็นสิริมงคล
"สัมปะติจฉามิ นาสังสิโมพรหมา จะ มหาเทวา สัพเพ ยักขา ปะลายันติพุทธะสังมิ อิติปิโส ภะคะวา ยะธาพุทโมนะมหาลาโภ ภะวันตุ เม"
เมื่อสวดคาถาจบลงแล้ว ผู้ไหว้จะต้องตั้งจิตอธิษฐานโดยการบอกชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด พร้อมทั้งระบุสิ่งที่ต้องการขอพรด้วยความสำรวมและตั้งใจแน่วแน่
การกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อไทยโบราณ เช่น การบูชาแม่ตะเคียนทอง ถือเป็นกุศโลบายทางจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่ช่วยสร้างขวัญกำลังใจและพลังบวกให้แก่ผู้ปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในชีวิตจริงย่อมต้องอาศัยการลงมือทำและความเพียรพยายามควบคู่กันไปจึงจะเกิดความยั่งยืน
การบูชาเจ้าแม่ตะเคียนทองแท้จริงแล้วคือเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ศรัทธา การขอพรหรือโชคลาภควรต้องทำควบคู่ไปกับการประกอบอาชีพสุจริต การขยันหมั่นเพียร และการทำบุญตักบาตรกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งถือเป็นแก่นแท้ในการสร้างความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนในชีวิต
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น