ณัฐวุฒิ ทวงสัญญาโสภณ เพิ่มวันประชุมสภาฯ พิจารณากฎหมาย
ณัฐวุฒิทวงสัญญาโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569 ให้เพิ่มวันประชุมพิจารณาร่างกฎหมาย 1 วันต่อสัปดาห์ จี้อย่าโยนภาระให้วิป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ณัฐวุฒิทวงสัญญาโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ให้เพิ่มวันประชุมสภาฯ พิจารณาร่างกฎหมาย
- อ้างมติประชุม 25 มี.ค. 2569 ตกลงแยกวันพิจารณาร่างกฎหมาย 1 วันต่อสัปดาห์
- จี้อย่าโบ้ยภาระให้วิป 2 ฝ่ายตกลงกันเอง ชี้เป็นอำนาจหน้าที่ของประธานสภาโดยตรง
- ระบุมีร่างกฎหมายค้างพิจารณาและรอ Aวาระกว่า 25 ฉบับ รวมถึง พ.ร.บ.สำคัญของประชาชน
นายณัฐวุฒิออกมาเคลื่อนไหวทวงถามสัญญาจากนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา หลังตรวจสอบระเบียบวาระการประชุมและพบว่ามีร่างกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชนและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก โดยขอให้รักษาสัญญาที่เคยให้ไว้เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ในการประชุมร่วมกับตัวแทนทุกพรรคการเมือง ว่าจะจัดสรรเวลาแยกวันพิจารณาร่างกฎหมายออกมาโดยเฉพาะ 1 วันต่อสัปดาห์ เพื่อคลี่คลายปัญหาข้อกฎหมายที่ค้างท่อมานาน
พร้อมกันนี้ นายณัฐวุฒิยังได้ตำหนิแนวทางการทำงานโดยระบุว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรควรเป็นผู้ดำเนินการ เมื่อได้รับปากไว้แล้วก็ควรทำตามคำพูด และไม่ควรโบ้ยภาระหน้าที่นี้ให้ตัวแทนวิปทั้งสองฝ่ายไปพูดคุยตกลงกันเอง เนื่องจากมีกฎหมายสำคัญหลายฉบับที่ค้างพิจารณามาตั้งแต่สมัยประชุมก่อนหน้าแล้ว
ตัวอย่างกฎหมายที่ค้างคาและได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวฯ ซึ่งเกือบจะได้รับการพิจารณาก่อนปิดสมัยประชุมเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ฝ่ายรัฐบาลกลับเลือกที่จะไม่ประสานให้ผู้ชี้แจงเดินทางมา และมีการปิดการประชุมตั้งแต่ช่วงบ่าย รวมถึงร่างกฎหมายของภาคประชาชนอื่นๆ เช่น ร่าง พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพฯ และร่าง พ.ร.บ. PRTR สำหรับเปิดเผยข้อมูลสารมลพิษ
"กฎหมายที่ค้างอยู่หลายฉบับ บางฉบับค้างมาตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว... สุดท้ายกลับต้องเสียโอกาสนั้นไป และต้องรอออกไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าจะได้พิจารณาเมื่อใด"
ณัฐวุฒิ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 จากการตรวจสอบระเบียบวาระพบว่ามีร่างกฎหมายของภาคประชาชนและ ส.ส. ค้างพิจารณาอยู่ 7 ฉบับ และยังมีร่างกฎหมายที่รอการบรรจุวาระใหม่อีกกว่า 18 ฉบับ อย่างไรก็ตาม ได้รับการยืนยันว่าที่ประชุมจะให้ความสำคัญกับการพิจารณาร่าง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทเป็นลำดับแรก ทำให้วาระร่างกฎหมายอื่นๆ ต้องถูกเลื่อนออกไป
การผลักดันร่างกฎหมายภาคประชาชนในระบบรัฐสภาไทยมักเผชิญความท้าทายเรื่องกรอบเวลา เนื่องจากวาระของรัฐบาลและกฎหมายเร่งด่วนมักถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาก่อนเสมอ การที่ ส.ส. ออกมาเรียกร้องให้เพิ่มวันประชุมเฉพาะกิจจึงเป็นกลไกหนึ่งในการเร่งรัดกระบวนการนิติบัญญัติให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชนผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย
นายณัฐวุฒิกล่าวทิ้งท้ายว่า การรวบรวมรายชื่อ 10,000 รายชื่อเพื่อให้ได้มาซึ่งกฎหมายภาคประชาชนไม่ใช่เรื่องง่าย จึงขอเป็นจิตอาสาทวงความทรงจำประธานสภาฯ ให้เพิ่มวันประชุมทุกวันศุกร์สัปดาห์เว้นสัปดาห์ตามที่เคยตกลงกันไว้ อย่าปล่อยให้รอจนถึงวันที่ฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะทำให้หมดโอกาสทำหน้าที่และผู้ที่เสียประโยชน์สูงสุดคือประชาชน
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น