ณัฐชา ชี้ รัฐบาลร้าวลึกหลังถูกหั่นงบ จับตาวาระ 2-3
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน เผยพรรคร่วมรัฐบาลเริ่มมีความกินแหนงแคลงใจ หลังถูกตัดงบประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท พร้อมจี้รัฐบาลสอบตกเรื่องการรับฟังเสียงประชาชน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ณัฐชาเผยพรรคประชาชนเตรียมพร้อมรับมือ พ.ร.ก.กู้เงิน และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2570
- ฝ่ายค้านโหวตแพ้ในชั้นกรรมาธิการ หลังถูกรัฐบาลปัดตกข้อเสนอนำงบที่ตัดได้ไปเติมกองทุนวิจัยและ กยศ.
- ระบุพรรคร่วมรัฐบาลเริ่มมีรอยร้าวและคลื่นใต้น้ำจากการถูกหั่นงบประมาณ
เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการทำงานของพรรคในการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสัปดาห์นี้ โดยระบุว่าพรรคได้เตรียมความพร้อมในวาระสำคัญ ทั้ง พ.ร.ก.กู้เงิน และร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระที่ 2 และ 3 ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งตลอดระยะเวลาเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา ตัวแทนพรรคได้ทำหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณเพื่อตรวจสอบการจัดสรรงบให้แก่หน่วยงานต่างๆ
นายณัฐชาเปิดเผยว่า ทางพรรคสามารถตัดงบประมาณลงได้ 11,000 ล้านบาท แต่เกิดประเด็นถกเถียงเรื่องการนำงบส่วนนี้ไปจัดสรรต่อ โดยฝ่ายค้านเสนอให้นำงบประมาณประมาณ 6,000 ล้านบาทไปสนับสนุนกองทุนวิจัย เพื่อยกระดับงานวิจัยของประเทศให้ก้าวกระโดดเนื่องจากไทยกำลังวิ่งตามเทคโนโลยีไม่ทัน และส่วนที่เหลือควรนำไปช่วยเหลือกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เนื่องจากมีนักเรียนที่สอบติดมหาวิทยาลัยแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์และประสบปัญหาไม่มีเงินให้กู้ยืม
อย่างไรก็ตาม ผลปรากฏว่าฝ่ายพรรคประชาชนโหวตแพ้ในห้องประชุมกรรมาธิการงบประมาณ โดยฝั่งรัฐบาลมีมตินำงบส่วนดังกล่าวไปไว้ในงบกลาง กองทุนหมู่บ้าน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ รวม 9 หน่วยงาน ซึ่งทางพรรคจะเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับรู้ทิศทางการใช้งบประมาณที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลต่อไป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การพิจารณางบประมาณในวาระ 2 และ 3 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมือง เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีไม่เพียงแต่สะท้อนตัวเลขรายรับรายจ่ายของประเทศ แต่ยังเป็นเครื่องมือชี้วัดเสถียรภาพทางการเมืองและอำนาจต่อรองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล การที่ สส. ออกมาเปิดเผยถึงความขัดแย้งในการจัดสรรงบกลางและงบเฉพาะกิจ ย่อมส่งผลโดยตรงต่อเอกภาพของรัฐบาลผสม
ในส่วนของการตรวจสอบรัฐบาล นายณัฐชากล่าวถึงประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พรรคเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ และจะยื่นญัตติแน่นอนเมื่อถึงเวลาอันสมควร แต่วิปฝ่ายค้านอาจจะพิจารณายื่นอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติก่อน เพื่อนำเสนอข้อมูลปัญหาให้ประชาชนได้รับฟัง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทุจริต การโกงข้อสอบท้องถิ่น หรือปัญหาอุทกภัยที่ผ่านมา
"การรับมติของประชาชนเข้าไปแก้ไข ล้วนแล้วแต่มาจากข่าว มาจากกระแสกดดันทางสังคมทั้งสิ้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลยังทำผิดพลาด ถือว่าสอบตก ในเรื่องการรับฟังเสียงของประชาชน"
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์
นายณัฐชาประเมินการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ว่าบริหารงานมาเพียงไม่กี่เดือนแต่กลับพบปัญหาหลายด้าน ทั้งนโยบายบัตรคนจนรอบใหม่ที่ติดขัด และปัญหาการบริหารงานที่ขาดการรับฟังเสียงของประชาชน โดยระบุว่ารัฐบาลอาจให้ความสำคัญกับกลุ่มนายทุนมากเกินไป จนทำให้กระบวนการตัดสินใจขาดความต้องการที่แท้จริงของประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น