Shein เตรียม IPO ฮ่องกง หวังมูลค่าบริษัทเกือบ 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์
ยักษ์ใหญ่ฟาสต์แฟชั่น Shein เตรียมระดมทุนสูงสุด 1.38 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง เข้าซื้อขายในตลาดหุ้นฮ่องกง 1 กันยายน 2026 นี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Shein เตรียมเสนอขายหุ้น IPO เกือบ 280 ล้านหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง วันที่ 1 กันยายน 2026
- ตั้งเป้าระดมทุนสูงสุด 13.86 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 1.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- มูลค่าบริษัทประเมินไว้เกือบ 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2022
- ได้รับการสนับสนุนการเสนอขายหุ้นจากสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Goldman Sachs และ JPMorgan
บริษัทฟาสต์แฟชั่นระดับโลกอย่าง Shein ได้ประกาศแผนการเสนอขายหุ้นครั้งแรกให้แก่ประชาชนทั่วไป (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยคาดว่าจะระดมทุนได้มากถึง 13.86 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 1.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกำหนดการซื้อขายวันแรกจะมีขึ้นในวันที่ 1 กันยายน 2026 นี้ ซึ่งนับเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญหลังจากที่บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายด้านกฎระเบียบและการตรวจสอบอย่างหนักจนไม่สามารถเข้าจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาและลอนดอนได้สำเร็จในอดีต
จากการยื่นเอกสารเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทาง Shein ระบุว่าจะเสนอขายหุ้นจำนวนเกือบ 280 ล้านหุ้น ในช่วงราคาตั้งแต่ 47.60 ถึง 49.50 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อหุ้น หากสามารถปิดการขายได้ที่ราคาสูงสุดของช่วงดังกล่าว จะส่งผลให้บริษัทมีมูลค่ากิจการสูงถึงเกือบ 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.98 หมื่นล้านปอนด์ แม้ว่าตัวเลขนี้จะยังคงต่ำกว่ามูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ที่บริษัทเคยทำได้ในการระดมทุนภาคเอกชนเมื่อปี 2022 ค่อนข้างมาก เนื่องจากอัตราการเติบโตของยอดขายที่ชะลอตัวลงและต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การตัดสินใจเข้าตลาดหุ้นฮ่องกงในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากความพยายามในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนตั้งแต่ปี 2023 โดยมีสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่จากวอลล์สตรีทอย่าง Goldman Sachs, Morgan Stanley และ JP Morgan เข้ามาทำหน้าที่สนับสนุนการทำ IPO ในครั้งนี้ นอกจากนี้ Feng Qu รองศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีกันยาง (Nanyang Technological University) ระบุว่าตลาดฮ่องกงได้กลับมาฟื้นตัวจนกลายเป็นหนึ่งในตลาด IPO ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง หลังดึงดูดบริษัทจากจีนแผ่นดินใหญ่ได้มากขึ้น ประกอบกับความกังวลของบริษัทจีนเกี่ยวกับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่อาจนำไปสู่การเพิกถอนออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำให้ฮ่องกงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า
การที่ Shein ต้องเบนเข็มจากการยื่นจดทะเบียนในสหรัฐฯ และลอนดอนมาสู่ฮ่องกง สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกที่เข้มงวดกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นเรื่องห่วงโซ่อุปทานและภาษีนำเข้า ซึ่งการเลือกตลาดฮ่องกงช่วยลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจลงได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังต้องพิสูจน์ความเชื่อมั่นของนักลงทุนท่ามกลางต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นและยอดขายที่ชะลอตัว
ในส่วนของผลประกอบการ ช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 Shein เผชิญกับภาวะขาดทุนสุทธิ 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สวนทางกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ทำกำไรสุทธิได้ 395 ล้านดอลลาร์ โดยปัจจัยลบหลักมาจากการที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump ยกเลิกการยกเว้นภาษีนำเข้าพัสดุมูลค่าต่ำที่เรียกว่า de minimis exemption ประกอบกับสงครามในอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อและการขนส่งสินค้าล่าช้าในบางภูมิภาค
เพื่อตอบสนองต่อภาษีและอากรที่เพิ่มขึ้น เรากำลังดำเนินมาตรการหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการปรับขึ้นราคาสินค้าในตลาดสหรัฐฯ เพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นบางส่วน
Sheinแม้จะเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมายและการแข่งขันที่ดุเดือด แต่ฐานลูกค้าของ Shein ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2026 ระบุว่าบริษัทมีลูกค้าที่ใช้งานอยู่ (Active Customers) มากถึง 281 ล้านราย เพิ่มขึ้นกว่า 16% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมียอดสั่งซื้อสินค้ารวมกันมากกว่า 1 พันล้านออเดอร์ ซึ่งตอกย้ำถึงความนิยมในเสื้อผ้าราคาประหยัดที่ผลิตจากเครือข่ายโรงงานในจีนแผ่นดินใหญ่
ที่มา:
BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น