Thailand Tourist Fee 2027: ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท
ไทยปัดฝุ่นแผนเก็บค่าเหยียบแผ่นดินนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท ตั้งเป้าเริ่มเก็บไตรมาสแรกปี 2027 ท่ามกลางเสียงท้วงติงเรื่องสถานการณ์ท่องเที่ยว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ไทยเตรียมปัดฝุ่นเก็บค่าธรรมเนียมท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท เริ่มต้นในไตรมาส 1 ปี 2027
- คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติเห็นชอบหลักร่าง นำร่องเก็บทางอากาศก่อน
- รายได้นำเข้ากองทุนท่องเที่ยวเพื่อดูแลประกันภัย นักท่องเที่ยว และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
- แผนกลับมาท่ามกลางสถิตินักท่องเที่ยวปี 2025 ที่ลดลงเหลือ 33 ล้านคน
หลังจากผ่านกระบวนการปรับเปลี่ยนนโยบายมาหลายครั้งและเคยถูกพับ แผนการเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติของประเทศไทย กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง โดยในรอบนี้มีการกำหนดอัตราค่าบริการอยู่ที่ 450 บาท หรือราว 14 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน และตั้งเป้าหมายเริ่มดำเนินการจัดเก็บอย่างเร็วที่สุดภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2027 หากผ่านขั้นตอนการพิจารณาตามกฎหมายทั้งหมด
ข้อเสนอดังกล่าวได้รับการเห็นชอบในหลักการและประกาศจากคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนเป็นระยะเวลา 30 วัน ก่อนที่จะนำเรื่องกลับมาพิจารณาในคณะกรรมการชุดดังกล่าวอีกรอบ และส่งต่อให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อไป โดยรูปแบบการจัดเก็บจะใช้วิธีทยอยดำเนินการ โดยกลุ่มนักเดินทางทางอากาศจะเป็นกลุ่มแรกที่ต้องชำระ จากนั้นจึงตามด้วยนักเดินทางทางบกและทางเรือในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน
อัตราค่าธรรมเนียมใหม่ที่ 450 บาทนี้ ปรับเพิ่มขึ้นจากโครงสร้างเดิมที่เคยถูกพับไปในอดีต ซึ่งกำหนดไว้ที่ 300 บาทสำหรับการเดินทางทางอากาศ และ 150 บาทสำหรับการเดินทางทางบกและทางเรือ เจ้าหน้าที่รัฐระบุว่าการปรับราคาให้สูงขึ้นสะท้อนถึงอัตราเงินเฟ้อ สภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านประกันภัยที่สูงขึ้น โดยรายได้ทั้งหมดจะถูกนำเข้าสู่กองทุนท่องเที่ยวโดยเฉพาะ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวหรือ Tourist Tax เป็นเครื่องมือที่หลายประเทศทั่วโลกเริ่มนำมาใช้เพื่อบริหารจัดการผลกระทบจากนักท่องเที่ยวล้นเมือง (Overtourism) และนำรายได้มาบูรณะแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สึกหรอ สำหรับประเทศไทย ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยและเลื่อนออกไปหลายครั้งตลอดช่วงหกปีที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลเรื่องผลกระทบต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหลังวิกฤตการณ์ระดับโลก
เงินรายได้จากค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในหลายวัตถุประสงค์สำคัญ ได้แก่ การจัดทำประกันภัยและความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งท่องเที่ยว การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม รวมถึงการศึกษาวิจัยเพื่อลดภาระงบประมาณจากภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดสำคัญอีกหลายประการที่ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยเฉพาะวิธีการจัดเก็บที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการรวมไปกับค่าตั๋วโดยสาร การใช้แอปพลิเคชัน ตู้คีออส หรือการเชื่อมโยงกับระบบ Digital Arrival Card ที่กลุ่มสายการบินให้การสนับสนุน
โครงการนี้กลับมาปรากฏใหม่อีกครั้งในช่วงเวลาที่ภาคการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านอุปสงค์ ตัวเลขนักท่องเที่ยวในปี 2025 ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 33 ล้านคน จากเดิมที่เคยทำได้ 35.5 ล้านคนในปี 2024 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยังคงอยู่ต่ำกว่าสถิติสูงสุดก่อนเกิดโรคระบาดในปี 2019 ที่เคยสูงถึง 40 ล้านคน ทำให้ผู้เชี่ยวชาญและภาคธุรกิจยังคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า การเพิ่มต้นทุนการเดินทางครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ที่มีความอ่อนไหวต่อราคา เช่น มาเลเซีย และจีน มากน้อยเพียงใด
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น