สคบ. โชว์ผลงาน 3 เดือนแก้ปัญหาผู้บริโภค 5,000 เรื่อง
ศุภมาสเผยผลงาน สคบ. รอบ 3 เดือน เร่งสะสางเรื่องร้องเรียน 5,000 เรื่อง พร้อมจ่อใช้ AI ตรวจสอบการซื้อขายออนไลน์แบบเรียลไทม์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สคบ. แก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภคสำเร็จกว่า 5,000 เรื่องในเวลา 3 เดือน
- เตรียมนำเทคโนโลยี AI มาใช้เฝ้าระวังการซื้อขายและโฆษณาออนไลน์แบบเรียลไทม์
- ดำเนินคดีแพ่ง 27 เรื่องสำหรับปัญหาซื้อขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ
- ยึดของเล่นสกุชชี่ผิดกฎหมายกว่า 30,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 1.59 ล้านบาท
นางสาวศุภมาส เผยถึงผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่าทางหน่วยงานสามารถจัดการและเกลี่ยปัญหาเรื่องร้องเรียนให้กับประชาชนได้มากกว่า 5,000 เรื่อง พร้อมให้ความสำคัญกับประเด็นปัญหาเร่งด่วนที่กระทบต่อความปลอดภัยโดยตรง เช่น กรณีเครื่องทำน้ำอุ่นไฟรั่ว สินค้าและบริการด้านความงาม เหตุเพลิงไหม้ รวมถึงปัญหาบริการหลังการขายของรถยนต์ไฟฟ้า
นอกจากการแก้ปัญหาทั่วไปแล้ว สคบ. ยังยกระดับมาตรการคุ้มครองในกลุ่มธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง โดยมีการจัดทำ e-book ฉลากรถยนต์ไฟฟ้าเป็นครั้งแรกเพื่อให้ผู้ซื้อมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ผลักดันสิทธิในการซ่อม หรือ Right to Repair รวมถึงเตรียมออกประกาศควบคุมฉลากและสัญญาในธุรกิจโซลาร์เซลล์และธุรกิจซ่อมรถยนต์ เพื่อสร้างความเป็นธรรมระหว่างสองฝ่าย
ในด้านการรับเรื่องร้องเรียนและการตรวจสอบ สคบ. ได้พัฒนาระบบ OCPB FastTrack เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการติดตามปัญหา ขณะเดียวกันยังเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาใช้ในการเฝ้าระวังการซื้อขายและการโฆษณาสินค้าออนไลน์แบบเรียลไทม์ เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติและจัดการได้อย่างทันท่วงที โดยมีการบูรณาการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า แอพพลิเคชันเงินกู้ และกิจกรรมผิดกฎหมายบนช่องทางออนไลน์
สำหรับการแก้ปัญหาซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่เป็นประเด็นใหญ่ ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินคดีแพ่งในกรณีที่มีมูลความผิดตามกฎหมายจำนวน 27 เรื่อง ครอบคลุมการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram, TikTok และเว็บไซต์ โดยมีสินค้าตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ไปจนถึงอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พร้อมทั้งเข้มงวดในการนำสินค้าไม่ปลอดภัยออกจากระบบจัดจำหน่าย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ตรวจสอบการซื้อขายออนไลน์แบบเรียลไทม์ถือเป็นก้าวสำคัญของภาครัฐในการรับมือกับปัญหาภัยออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกลโกงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็วกว่ากระบวนการตรวจสอบแบบดั้งเดิม การใช้ระบบอัตโนมัติจึงช่วยเพิ่มความสามารถในการคัดกรองสินค้าผิดกฎหมายและโฆษณาเกินจริงได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อีกหนึ่งผลงานสำคัญคือการร่วมมือกับศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ หรือ ศวอ. เข้าตรวจสอบและยึดของเล่นสกุชชี่ที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็กและเยาวชนได้มากกว่า 30,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,590,000 บาท นอกจากนี้ยังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นจุดกระจายสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าในย่านคลองถม ยึดของกลางได้ประมาณ 15,000 ชิ้น พร้อมดำเนินคดีผู้ต้องหา 2 ราย และยังได้ผลักดันโครงการผู้ประกอบธุรกิจห้องเช่าสีขาวเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดที่พักอาศัยอีกด้วย
"เรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคถือเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะเมื่อประชาชนเข้ามาขอความช่วยเหลือ สิ่งสำคัญคือทำให้เรื่องเดินหน้า และต้องทำให้ผู้บริโภคได้รับการแก้ไขปัญหาและการเยียวยาอย่างดีที่สุด"
นางสาวศุภมาส
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น