นายกฯ หารือทูตกาตาร์ 24 ส.ค. 2568 ชูพลังงานและอาหาร
นายกฯ ต้อนรับ อับดุลอะซีซ มุฮัมมัด เค. เอ. อัสซาดะฮ์ ทูตกาตาร์คนใหม่ ณ ทำเนียบรัฐบาล ผลักดันความร่วมมือพลังงาน อาหาร และท่องเที่ยว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้อนรับทูตกาตาร์คนใหม่เมื่อ 24 ส.ค. 2568
- กาตาร์พร้อมส่ง รมว.คลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางร่วมประชุม IMF ที่ไทย
- มุ่งกระชับความร่วมมือด้านพลังงาน อาหาร และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้การต้อนรับ นายอับดุลอะซีซ มุฮัมมัด เค. เอ. อัสซาดะฮ์ เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรายงานตัวเข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการ
ในระหว่างการหารือ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความยินดีกับเอกอัครราชทูตกาตาร์คนใหม่ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความพร้อมของรัฐบาลไทยในการทำงานร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในหลากหลายมิติ
ทางด้านเอกอัครราชทูตกาตาร์ได้ส่งต่อความประสงค์ของนายกรัฐมนตรีกาตาร์ ที่มีแผนจะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในอนาคตอันใกล้นี้ พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวแสดงความยินดีที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF โดยยืนยันว่าทางกาตาร์เตรียมส่งผู้แทนระดับสูง ซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางกาตาร์ เดินทางมาร่วมงานดังกล่าวด้วย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การประชุม IMF และการเยือนระดับสูงถือเป็นโอกาสสำคัญทางยุทธศาสตร์ของไทยในการดึงดูดการลงทุนจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) ที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเติมเต็มห่วงโซ่อุปทานเหล่านี้
ในประเด็นด้านการท่องเที่ยว เอกอัครราชทูตกาตาร์ได้กล่าวชื่นชมศักยภาพของประเทศไทย โดยระบุว่าไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ ของชาวกาตาร์ โดยเฉพาะในมิติของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณพร้อมทั้งเชิญชวนชาวกาตาร์ให้เดินทางมาเยือนประเทศไทยและรับบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น พร้อมรับปากว่ารัฐบาลไทยจะอำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือร่วมกันถึงแนวทางการต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความมั่นคงด้านพลังงานที่กาตาร์ถือเป็นพันธมิตรคนสำคัญของไทย และในทางกลับกัน ประเทศไทยพร้อมทำหน้าที่เป็นหุ้นส่วนที่ไว้วางใจได้ในการสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น