สำนักงาน ก.พ.แจงปมมติ ครม.ทยอยยุบ 11 สายงานสนับสนุน
สำนักงาน ก.พ.ชี้แจงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 11 สิงหาคม ให้ทยอยยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการ 11 สายงานสนับสนุนตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ย้ำไม่ใช่การเลิกวิชาชีพแต่ปรับรูปแบบจ้าง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ครม.มีมติเมื่อ 11 สิงหาคม ให้ทยอยยุบเลิกข้าราชการ 11 สายงานสนับสนุน
- เริ่มบังคับใช้เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเดิมเกษียณหรือพ้นจากตำแหน่งตั้งแต่ปี 2570
- สำนักงาน ก.พ.ย้ำชัดเจนว่าไม่ใช่การยกเลิกวิชาชีพหรือเลิกภารกิจงาน
- เปิดทางให้ส่วนราชการปรับเปลี่ยนไปใช้รูปแบบการจ้างงานอื่นที่ยืดหยุ่นกว่า
จากกรณีที่คณะรัฐมนตรีได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม และมีมติเห็นชอบการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ พร้อมทั้งกำหนดมาตรการให้ทยอยยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการในสายงานสนับสนุนจำนวน 11 สายงาน เมื่อผู้ที่ดำรงตำแหน่งเดิมเกษียณอายุราชการหรือพ้นจากตำแหน่งตามเงื่อนไข โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป ส่งผลให้เกิดความกังวลในกลุ่มบุคลากรที่เกี่ยวข้องถึงอนาคตของสายงานดังกล่าว
ล่าสุด ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ สำนักงาน ก.พ. ได้ออกมาทำความเข้าใจถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของมติดังกล่าว โดยยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการยกเลิกภารกิจ การยกเลิกตำแหน่งงาน หรือการยกเลิกวิชาชีพแต่อย่างใด และไม่ได้สื่อความว่าบุคลากรใน 11 สายงานนี้ไม่มีความสำคัญต่อภาครัฐ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำนักงาน ก.พ. อธิบายเพิ่มเติมว่า มาตรการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทบทวนความจำเป็นของการใช้กำลังคนในรูปแบบข้าราชการประจำสำหรับ 11 สายงานสนับสนุน โดยเมื่อตำแหน่งเดิมว่างลง ส่วนราชการต้นสังกัดมีหน้าที่ต้องพิจารณาทบทวนภารกิจ กระบวนการทำงาน ตลอดจนปริมาณงานที่มีอยู่จริง
การปรับเปลี่ยนโครงสร้างกำลังคนภาครัฐผ่านการทยอยยุบตำแหน่งข้าราชการประจำในสายงานสนับสนุนสะท้อนถึงเทรนด์การบริหารทรัพยากรบุคคลสมัยใหม่ ที่ภาครัฐพยายามลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความคล่องตัวทางการคลัง โดยหันไปใช้รูปแบบสัญญาจ้างที่ยืดหยุ่นตามภาระงานจริง แทนการผูกพันด้วยอัตรากำลังข้าราชการระยะยาวที่อาจไม่สอดคล้องกับภารกิจที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต
แนวทางปฏิบัติสำหรับส่วนราชการเมื่ออัตราข้าราชการเดิมว่างลง มีรายละเอียดดังนี้:
- ประเมินความจำเป็นของภารกิจและปริมาณงานในปัจจุบัน
- พิจารณาใช้รูปแบบการจ้างงานอื่นที่ยืดหยุ่นกว่า เช่น พนักงานราชการตามสัญญาจ้าง
- จัดหาผู้ปฏิบัติงานที่มีความรู้ ทักษะ และคุณวุฒิที่เหมาะสมกับงานนั้นๆ
- ไม่มีการคงอัตรากำลังข้าราชการไว้โดยอัตโนมัติเมื่อตำแหน่งว่างลง
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือกรณีของสายงานบรรณารักษ์ ซึ่งมาตรการนี้ไม่ได้แปลว่าภาครัฐจะสั่งปิดห้องสมุดหรือเลิกใช้บุคลากรที่มีทักษะด้านบรรณารักษ์ศาสตร์ หน่วยงานราชการยังคงสามารถจ้างบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาปฏิบัติงานได้ผ่านรูปแบบพนักงานราชการ เพียงแต่จะไม่มีการบรรจุทดแทนในกรอบอัตรากำลังข้าราชการเดิมเท่านั้น
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น