ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Labor Day: ท่องเที่ยวสหรัฐฯ คึกคัก เมืองท่าเรือสำราญฮิต

AAA เผยชาวอเมริกันแห่เที่ยวช่วงวันหยุด Labor Day โดยเมืองท่าเรือสำราญและอุทยานแห่งชาติครองแชมป์ยอดนิยม ขณะที่ช่องว่างการใช้จ่ายแบบ K-shape แคบลง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
25 Aug 2026ที่มา: Skift2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Labor Day: ท่องเที่ยวสหรัฐฯ คึกคัก เมืองท่าเรือสำราญฮิต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • เมืองท่าเรือสำราญและประตูสู่อุทยานแห่งชาติครองแชมป์ยอดนิยมช่วงวันหยุด Labor Day
  • ช่องว่างการใช้จ่ายแบบ K-shaped แคบลงหลังครัวเรือนรายได้น้อยและปานกลางเพิ่มงบเที่ยว
  • ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น 30% และค่าตั๋วเครื่องบินในประเทศแพงขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • ความต้องการค้นหาที่พักเพิ่มขึ้น 23% โดยเน้นพื้นที่ชนบทและจุดหมายปลายทางในประเทศ

ช่วงเวลาสิ้นสุดฤดูร้อนของสหรัฐอเมริกาปีนี้ ข้อมูลจากสมาคมยานยนต์อเมริกันหรือ AAA ระบุว่าชาวอเมริกันจำนวนมากเตรียมตัวเดินทางท่องเที่ยวอีกครั้งในช่วงวันหยุดยาววันแรงงาน หรือ Labor Day โดยมีความต้องการเดินทางไปกับเรือสำราญและการท่องเที่ยวกลางแจ้งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

สำหรับจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดในวันหยุดยาวสามวันนี้ ได้แก่เมืองที่มีความเชื่อมโยงกับเส้นทางเรือสำราญ เช่น ซีแอตเทิล แองเคอเรจ และแวนคูเวอร์ นอกจากนี้ยังมีลาสเวกัสและเดนเวอร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติชื่อดังที่ติดโผเข้ามาในรายการเช่นกัน

ปรากฏการณ์การเดินทางช่วง Labor Day สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการท่องเที่ยวของชาวอเมริกันยังคงมีความยืดหยุ่นสูง แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านต้นทุนการเดินทางที่ปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม การที่เมืองท่าเรือสำราญได้รับความนิยมอย่างมากตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของตลาดเรือสำราญทั่วโลกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

รายงานดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลการวิจัยจากธนาคารแห่งอเมริกา (Bank of America) ซึ่งพบว่า 77% ของชาวอเมริกันวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนนี้ เพิ่มขึ้นจากระดับ 74% ในปีก่อนหน้า

77%ชาวอเมริกันวางแผนเดินทางท่องเที่ยว
30%ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

ในอดีตที่ผ่านมา การเติบโตของการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากครัวเรือนที่มีรายได้สูง แต่ข้อมูลล่าสุดระบุว่าช่องว่างการใช้จ่ายที่มีลักษณะเป็นรูปตัว K หรือ K-shaped spending gap เริ่มแคบลงตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เนื่องจากครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและปานกลางเริ่มหันมาเพิ่มการใช้จ่ายสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักเดินทางยังคงต้องรับมือกับความท้าทายด้านราคา โดยราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศเพิ่มขึ้น 2% และพุ่งสูงถึง 20% สำหรับจุดหมายปลายทางยอดนิยม แม้ว่าความสนใจในการค้นหาที่พักจะเพิ่มขึ้น 23% และค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศจะลดลง 4% ก็ตาม

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้