5 ทริคเด็ดใช้งาน Suunto Race 2 สมาร์ทวอทช์สายวิ่ง
เจาะลึก 5 เคล็ดลับการใช้งานนาฬิกาสปอร์ต Suunto Race 2 ทั้งการดาวน์โหลดแผนที่ การใช้แอป Cadence Coach และ Sprint App เพื่อช่วยพัฒนาฟอร์มการวิ่ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Suunto Race 2 รองรับการดาวน์โหลดแผนที่เพื่อดูเส้นทางแบบออฟไลน์
- ติดตั้งแอป SuuntoPlus สูงสุด 3 แอปต่อหนึ่งกิจกรรมการออกกำลังกาย
- Cadence Coach ช่วยควบคุมรอบขาและแก้ไขปัญหาการวิ่งโอเวอร์สไตรด์
- Sprint App บันทึกรอบวิ่งสปรินต์อัตโนมัติเมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น 25%
Suunto Race 2 เป็นสมาร์ทวอทช์ออกกำลังกายรุ่นพี่ของ Suunto Run ที่มาพร้อมความสามารถอันโดดเด่นในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่านาฬิกาค่าย Garmin จุดเด่นสำคัญคือการรองรับการใช้งาน SuuntoPlus Store เพื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันและอินเทเกรชันเพิ่มเติม ทำให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งนาฬิกาให้ตอบโจทย์การฝึกซ้อมได้มากกว่าฟังก์ชันพื้นฐานที่มีมาให้จากโรงงาน
สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการสำรวจฟีเจอร์ซ่อนเร้นเหล่านี้ เริ่มต้นจากการดาวน์โหลดแผนที่ล่วงหน้าผ่านสัญญาณ Wi-Fi ขณะอยู่บ้าน การรอให้ถึงจุดเริ่มต้นเส้นทางแล้วค่อยดาวน์โหลดอาจใช้เวลานานหรือเกิดปัญหาในการเชื่อมต่อ เมื่อแผนที่ถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้งานสามารถเลือกเมนู Map จากรายการวิดเจ็ตเพื่อดูแผนที่โดยไม่ต้องเริ่มโหมดออกกำลังกาย หรือดูระหว่างนำทางขณะวิ่งได้ทันทีโดยไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนติดตัว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การปรับแต่งแอปพลิเคชันกีฬาทำได้โดยแตะที่ไอคอนนาฬิกา เลื่อนไปที่เมนู My SuuntoPlus sports apps และค้นหาแอปที่ต้องการ ก่อนเริ่มกิจกรรมวิ่ง ผู้ใช้งานสามารถเลือกแอปกีฬาได้สูงสุดถึง 3 แอปพลิเคชันเพื่อให้แสดงผลบนหน้าจอข้อมูลสลับวนไปมาได้โดยการหมุนปุ่มเม็ดมะยม นอกจากนี้ SuuntoPlus Store ยังรองรับการซิงก์ตารางฝึกซ้อมจาก TrainingPeaks, intervals.icu หรือเชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ Core 2 อีกด้วย
การฝึกซ้อมวิ่งด้วยการควบคุมรอบขา (Cadence) และการทำสปรินต์ระยะสั้น (Stride workouts) เป็นเทคนิคยอดนิยมของนักวิ่งมาราธอนทั่วโลก การใช้เครื่องมืออัจฉริยะบนนาฬิกาสปอร์ตช่วยให้ผู้ฝึกซ้อมสามารถประเมินผลและรักษาความสม่ำเสมอได้ดีกว่าการจับเวลาด้วยมือเปล่า ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บจากการลงน้ำหนักผิดท่าได้เป็นอย่างดี
สำหรับทริคในการพัฒนาฟอร์มการวิ่ง แอป Cadence Coach ถือเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากสำหรับการวอร์มอัพ โดยค่าเริ่มต้นแอปจะกำหนดเป้าหมายรอบขาข้างละ 80 ถึง 90 ก้าวต่อนาที หรือคิดเป็น 160 ถึง 180 ก้าวต่อเนืองรวมทั้งสองขา หากวิ่งเร็วกว่าหรือช้ากว่านี้ นาฬิกาจะส่งเสียงเตือนเพื่อให้ผู้ใช้งานปรับจังหวะให้เหมาะสม นอกจากนี้ยังสามารถกดปุ่มด้านล่างเพื่อให้นาฬิกาบันทึกรอบขาปัจจุบันเป็นเวลา 1 นาทีและตั้งเป็นเป้าหมายใหม่ได้ทันที
ทริคสุดท้ายที่ถือเป็นไฮไลต์คือการใช้งาน Sprint App ซึ่งช่วยแก้ปัญหาความยุ่งยากในการบันทึกช่วงเวลาสปรินต์โดยไม่ต้องกดปุ่มแยกแต่อย่างใด แอปจะกำหนดช่วง 10 นาทีแรกเป็นการวอร์มอัพและจดจำความเร็วนั้นเป็นค่าพื้นฐาน หลังจากนั้นเมื่อผู้ใช้งานเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นมากกว่า 25% นาฬิกาจะจดจำและทำเครื่องหมายเป็นรอบใหม่ให้โดยอัตโนมัติทันที
ที่มา: Lifehacker
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น