โสภณ มอบรางวัลเยาวชนดีเด่น 2569: ชูแนวคิดปัญหานำสังคม
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานมอบรางวัลเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2569 พร้อมชูแนวคิดปัญญาควบคู่คุณธรรมเพื่อรับมือโลกยุคใหม่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานพิธีมอบรางวัลเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2569
- ชูแนวคิด "คนดี คนเก่ง มีคุณธรรม สร้างสรรค์ปัญญา พัฒนาสังคม" ครั้งที่ 4
- เน้นย้ำว่าความรู้และความดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีปัญญาเพื่อสร้างและรักษาทรัพย์สิน
- ฝากอนาคตประเทศชาติไว้กับเยาวชนรุ่นใหม่ พร้อมปวารณาตัวเป็นแบบอย่างที่ดี
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเยาวชนดีเด่น จัดโดยสภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม รวมถึงรางวัลผู้ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน ประจำปี 2569 โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก "คนดี คนเก่ง มีคุณธรรม สร้างสรรค์ปัญญา พัฒนาสังคม" ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 4 ของการจัดงาน
ในพิธีดังกล่าว นายโสภณได้กล่าวให้โอวาทและแสดงมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาเยาวชน โดยระบุว่าการหล่อหลอมเด็กและเยาวชนให้เป็นเพียงคนดี คนเก่ง หรือมีคุณธรรมเพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบัน จำเป็นต้องมี "ปัญญา" เข้ามาควบคู่กันด้วย เนื่องจากปัญญาคือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้มนุษย์สามารถดำเนินชีวิตและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในครอบครัวและสังคมได้อย่างมีความสุขแท้จริง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ประธานรัฐสภายังได้กล่าวถึงมุมมองต่อการเลี้ยงดูบุตรหลานของครอบครัวยุคปัจจุบัน โดยสะท้อนว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่มักทุ่มเททำงานหนักเพื่อสะสมทรัพย์สินเงินทองให้ลูกมีชีวิตที่สะดวกสบาย แต่แท้จริงแล้วสิ่งที่ทรงคุณค่าไม่แพ้ทรัพย์สินคือการปลูกฝังรากฐานทางปัญญาและคุณธรรม เพราะหากเด็กขาดปัญญา ทรัพย์สินเงินทองที่พ่อแม่หามาให้อาจหมดไปและไม่สามารถต่อยอดได้ ตรงกันข้าม หากเยาวชนมีปัญญา แม้เริ่มต้นจากความไม่มีก็สามารถสร้างสรรค์ทุกอย่างขึ้นมาได้ด้วยตนเอง
แนวคิดเรื่อง "ปัญญาเหนือทรัพย์สิน" ที่นายโสภณ ซารัมย์หยิบยกขึ้นมานี้นับว่าสอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่ (Knowledge-Based Economy) ที่ทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) และทักษะการคิดวิเคราะห์มีความสำคัญมากกว่าสินทรัพย์ทางกายภาพ การปลูกฝังให้เยาวชนพึ่งพาตนเองได้จึงเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงระดับโลก
นอกจากนี้ นายโสภณยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเป็นแบบอย่างที่ดี โดยระบุว่าพ่อแม่และผู้ใหญ่ในสังคมต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างให้เด็กได้เห็น หากปรารถนาให้เยาวชนเติบโตเป็นคนดี ผู้ใหญ่ก็ต้องแสดงออกถึงความดีนั้นด้วยเช่นกัน พร้อมทั้งระบุว่าความหมายที่แท้จริงของการเป็นคนดีไม่ใช่แค่คำพูด แต่ต้องเริ่มลงมือทำจริง ซึ่งประกอบด้วยการพึ่งพาตนเองได้ เป็นที่พึ่งให้ผู้อื่นได้ และมีความเผื่อแผ่เอื้อเฟื้อต่อสังคมรอบข้าง
"การเป็นคนดีต้องลงมือทำ ไม่ใช่เพียงพูดว่าตนเองเป็นคนดี คนดีคือพึ่งตนเองได้ เป็นที่พึ่งของคนอื่นได้ และเผื่อแผ่ถึงคนอื่น"
นายโสภณ ซารัมย์
ในช่วงท้าย ประธานรัฐสภากล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่าเยาวชนยุคปัจจุบันมีโอกาสในการเข้าถึงสิ่งต่างๆ มากกว่าคนรุ่นก่อนหน้า จึงควรใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ยังได้ยืนยันความตั้งใจที่จะร่วมมือกับเครือข่ายสภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคมเพื่อขยายผลโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนต่อไป พร้อมกับฝากฝังอนาคตและบ้านเกิดเมืองนอนไว้ในมือของเยาวชนทุกคน
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น