Generator Hostels: ปั้นโฮสเทลพรีเมียม เจาะโรงแรม 4 ดาว
Generator Hostels เตรียมแปลงโฉมโรงแรมระดับกลางที่กำลังประสบปัญหา 15 แห่ง ให้เป็นโฮสเทลพรีเมียมราคา 40 ปอนด์ต่อเตียง ตั้งเป้าขยายเท่าตัวภายในปี 2030

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Generator Hostels ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มขึ้นเท่าตัวจาก 15 แห่ง เป็นสองเท่าภายในปี 2030
- กลยุทธ์หลักคือการเข้าซื้อและแปลงโฉมโรงแรมระดับกลาง เช่น Novotel, Mercure และ Holiday Inn
- ชูจุดเด่นเตียงราคาประมาณ 40 ปอนด์ต่อคืน พร้อมปรับโครงสร้างห้องพักรองรับ 4-6 เตียง
- อ้างทำรายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) สูงกว่าโรงแรมมาตรฐานทั่วไปอย่างน้อย 40%
แบรนด์โฮสเทลชื่อดังจากยุโรปอย่าง Generator กำลังเดินหน้าแผนธุรกิจครั้งสำคัญภายใต้การนำของ Xavier Mufraggi ซีอีโอคนใหม่ที่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการขยายจำนวนที่พักจาก 15 แห่งในปัจจุบันให้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2030 กลยุทธ์สำคัญของพวกเขาคือการเจาะตลาดโรงแรมระดับกลางที่กำลังประสบปัญหาทางธุรกิจ เพื่อนำมาปรับโฉมใหม่ในต้นทุนที่ต่ำแต่ยังคงรักษามาตรฐานความพรีเมียมเอาไว้ได้
Mufraggi เปิดเผยว่าโรงแรมในระดับแบรนด์อย่าง Novotel, Mercure และ Holiday Inn จำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายทางธุรกิจและพร้อมสำหรับการเจรจาธุรกิจ ความท้าทายในปัจจุบันจึงไม่ใช่การค้นหาโรงแรมเหล่านี้ แต่เป็นการหาข้อเสนอในราคาที่เหมาะสมที่สุด โดยในเดือนพฤษภาคม 2025 ทาง Brookfield Asset Management ได้เข้าซื้อกิจการ Generator ด้วยมูลค่าราว 776 ล้านยูโร หรือประมาณ 876 ล้านบาท และโครงการแปลงโฉมแห่งแรกได้เริ่มต้นขึ้นแล้วที่โรงแรม Novotel London Greenwich
การรุกตลาดด้วยโมเดลแปลงโฉมโรงแรมระดับกลางมาเป็นโฮสเทลพรีเมียมของ Generator สะท้อนให้เห็นการปรับตัวในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหลังยุคโควิด ที่นักเดินทางรุ่นใหม่มองหาความคุ้มค่าแต่ยังคงต้องการดีไซน์และพื้นที่ส่วนกลางที่ดี การใช้โครงสร้างเดิมของโรงแรม 4 ดาวช่วยลดต้นทุนค่าก่อสร้างได้อย่างมหาศาล ขณะเดียวกันการเพิ่มเตียงแบบ Dormitory ในห้องพักเดิมช่วยสร้างอัตราการทำกำไรต่อตารางเมตรที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โมเดลธุรกิจของ Generator อาศัยข้อได้เปรียบทางโครงสร้างของโรงแรมระดับ 4 ดาว ซึ่งมีความพร้อมอยู่แล้วและแทบไม่ต้องทุบทำลายกำแพงโครงสร้างเดิม ผู้บริหารระบุว่าพวกเขาสามารถนำเตียงเข้าไปติดตั้ง 4 ถึง 5 เตียงต่อห้อง พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในตัวที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย โดยตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ประมาณ 40 ปอนด์ต่อเตียงต่อคืน ซึ่งถือว่าเข้าถึงได้ง่ายกว่าแบรนด์ไลฟ์สไตล์ราคาแพงอย่าง Hoxton หรือ Moxy

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"ทุกอย่างที่อยู่ตรงกลางตอนนี้กำลังมีปัญหา ถ้าคุณดูข้อตกลงตอนนี้ มี Novotel, Mercure และ Holiday Inn จำนวนมาก และทั้งหมดนั้นมีพร้อมให้เข้าไปเจรจา"
Xavier Mufraggi, ซีอีโอ Generator
นอกจากค่าที่พักราคาประหยัดแล้ว ทาง Generator ยังมุ่งเน้นการสร้างรายได้เสริมจากการบริหารพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ เช่น ร้านอาหาร บาร์ และพื้นที่ดาดฟ้า เพื่อจัดกิจกรรม งานปาร์ตี้ และดินเนอร์ ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้เข้าพัก พร้อมทั้งตั้งเป้าสร้างรายได้ต่อห้องพักที่พร้อมขาย (RevPAR) ให้สูงกว่าโรงแรมระดับ 3 หรือ 4 ดาวทั่วไปอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์
ในด้านแผนการขยายธุรกิจในอนาคต Generator วางแผนขยายเส้นทางไปตามโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงทั่วยุโรป พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรในระบบนิเวศการเดินทาง เช่น Interrail, Eurostar และ Lime เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่เดินทางข้ามเมืองอย่างคล่องตัว โดยยังคงเน้นการเป็นเจ้าบริหารจัดการเองเพื่อควบคุมคุณภาพประสบการณ์ของผู้เข้าพักให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น