Garmin Fenix 9 และ Fenix 9 Pro เปิดตัวแล้ว เริ่ม 999.99 ดอลลาร์
Garmin เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ผจญภัยรุ่นใหม่ Fenix 9 และ Fenix 9 Pro ในงาน Play Harder จอ AMOLED สว่าง 3,000 นิต เริ่มเปิดสั่งซื้อ 28 ส.ค.นี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Garmin เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ Fenix 9 และ Fenix 9 Pro ในงานถ่ายทอดสด Play Harder
- ราคา Fenix 9 เริ่มต้น 999.99 ถึง 1,149.99 ดอลลาร์ ส่วนรุ่น Pro เริ่มต้น 1,099.99 ถึง 1,249.99 ดอลลาร์
- เปิดให้สั่งซื้ออย่างเป็นทางการในวันที่ 28 สิงหาคมนี้
- รุ่น Pro มาพร้อมตัวเรือนไทเทเนียมและจอ AMOLED สว่างสูงสุด 3,000 นิต
Garmin ประกาศเปิดตัวสมาร์ทวอทช์สายผจญภัยระดับพรีเมียมรุ่นล่าสุดอย่างเป็นทางการ ได้แก่ Fenix 9 และ Fenix 9 Pro โดยการเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นผ่านงานถ่ายทอดสดบน YouTube ในชื่อ Play Harder ซึ่งสะท้อนกลยุทธ์การเปิดตัวผลิตภัณฑ์แบบค่ายเทคโนโลยีรายใหญ่
สำหรับราคาจำหน่ายของ Fenix 9 เริ่มต้นที่ 999.99 ดอลลาร์ และขยับไปถึง 1,149.99 ดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับขนาดและสี ส่วน Fenix 9 Pro และรุ่น Pro Solar มีราคาเริ่มต้นที่ 1,099.99 ดอลลาร์ สูงสุด 1,249.99 ดอลลาร์ โดยนาฬิกาทั้งสองรุ่นปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ของ Garmin แล้ว และจะเปิดให้สั่งซื้ออย่างเป็นทางการในวันที่ 28 สิงหาคมนี้
Garmin ระบุว่านี่คือประสบการณ์การฝึกซ้อม การทำแผนที่ และการเชื่อมต่อที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยจุดเด่นด้านดีไซน์มีดังนี้:
- หน้าจอ AMOLED สว่างสูงสุด 3,000 นิต (เปรียบเทียบกับ Fenix 8 AMOLED ที่ทำได้ 1,000 นิต)
- ตัวเลือกหน้าจอขนาดใหม่ 1.5 นิ้ว ในรุ่น Pro ขนาด 51 มม.
- Fenix 9 Pro เป็นสมาร์ทวอทช์ตระกูล Fenix รุ่นแรกที่ใช้ตัวเรือนทำจากไทเทเนียม
- สายนาฬิกา ComfortFit แบบผ้าที่มีความยืดหยุ่น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่น่าสนใจ มีฟีเจอร์ Garmin Epic บน Garmin Connect สำหรับจัดกลุ่มกิจกรรมและบล็อกการฝึกซ้อมให้อยู่ในเรื่องราวเดียวที่แชร์ได้ รวมถึงระบบติดตามความอึด (Stamina) ทั้งโซนและกราฟที่ช่วยให้นักกีฬาเห็นการเปลี่ยนแปลงของความทนทาน นอกจากนี้ยังเพิ่มข้อมูลการพายเรือในร่ม ขยายฟีเจอร์การฝึก rucking มีหน่วยความจำ 64 GB ให้ดาวน์โหลดแผนที่ได้มากขึ้นสองเท่าและเก็บเพลงได้สูงสุด 7,000 เพลง
ระบบแผนที่ในตัวถูกปรับปรุงให้ราบรื่นและใช้งานง่ายขึ้น ด้วย RAM ที่มากกว่า Fenix 8 ถึง 50% ทำให้การแพนแผนที่เร็วขึ้นถึง 30% และเป็นครั้งแรกที่ทุกขนาดของ Fenix 9 Pro รองรับการเชื่อมต่อกับระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม inReach รวมถึงมีตัวเลือกหน้าจอปิดด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar-charging)
การเปิดตัว Garmin Fenix 9 และ Fenix 9 Pro ในระดับราคาเกือบแตะหรือเกินหลักพันดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่า Garmin มุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ใช้งานเฉพาะกลุ่มและนักกีฬาสายฮาร์ดคอร์ที่ต้องการฮาร์ดแวร์ระดับท็อปสุด มากกว่าการโน้มน้าวให้ผู้ใช้งาน Fenix 8 เปลี่ยนใจมาอัปเกรดในทันที ประกอบกับการที่เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจยังคงใช้ Elevate Gen 5 ตัวเดิม ยิ่งตอกย้ำว่าการอัปเกรดครั้งนี้เน้นไปที่วัสดุไทเทเนียม จอที่สว่างขึ้น และความสามารถในการประมวลผลแผนที่ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น
แม้ราคาเปิดตัวจะค่อนข้างสูง แต่ข่าวดีสำหรับผู้ที่มองหาความคุ้มค่าคือ การมาถึงของ Fenix 9 ได้ดันให้ราคาของ Fenix 8 ลดลงจาก 1,099.99 ดอลลาร์ เหลือ 849.99 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวเรือนไทเทเนียมหรือระบบแผนที่รุ่นล่าสุด
ที่มา: Lifehacker
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น