ฉก.นราธิวาสโต้ข่าวยิงวัยรุ่นจะแนะ ยันบนฮ.ไม่มีอาวุธ
หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสแจงเหตุบินลาดตระเวน 22 ส.ค. 2569 ยืนยันบนเฮลิคอปเตอร์ไร้อาวุธและไม่มีทหารยศจ่าตามที่ถูกกล่าวหา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ฉก.นราธิวาสโต้ข่าวทหารยิงวัยรุ่นในพื้นที่ อ.จะแนะ
- ยืนยันเฮลิคอปเตอร์บินลาดตระเวนไม่มีการนำอาวุธขึ้นไป
- เผยบน ฮ. มีกำลังพล 4 นาย ไร้ทหารยศจ่าตามโซเชียล
- เตือนภาพร่องรอยบนถนนอาจกระทบหลักฐานทางคดี
จากกรณีที่มีกระแสข่าวในโลกออนไลน์ระบุว่ามีการใช้อาวุธยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส โดยอ้างว่าเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางอากาศของเจ้าหน้าที่ทหาร ล่าสุดทางหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนและสังคมอย่างเป็นทางการแล้ว
ทางหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสเปิดเผยว่า ในคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ได้เกิดเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วจังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้ทางหน่วยต้องจัดอากาศยานประเภทเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและตรวจการณ์ทางอากาศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและประสานการปฏิบัติงานร่วมกับกำลังภาคพื้นดินเท่านั้น ยืนยันว่าไม่มีการนำอาวุธขึ้นไปบนอากาศยานเพื่อปฏิบัติการยิงใส่เป้าหมายใดๆ ทั้งสิ้นตามที่มีการกล่าวหา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่บนอากาศยานในคืนดังกล่าว มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 4 นาย ซึ่งทุกนายปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสอย่างเคร่งครัด ในเรื่องของการห้ามนำอาวุธประจำกายขึ้นบนอากาศยานโดยเด็ดขาด โดยโครงสร้างกำลังพลประกอบด้วยนักบินและนักบินผู้ช่วยที่เป็นนายทหารสัญญาบัตร นายทหารสัญญาบัตรฝ่ายอำนวยการอีก 1 นายที่ทำหน้าที่ตรวจการณ์และประสานงานกับภาคพื้นดิน และนายทหารประทวนซึ่งทำหน้าที่เป็นช่างเครื่องดูแลความเรียบร้อยของอากาศยาน
จากการตรวจสอบโครงสร้างกำลังพลดังกล่าว ทางหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสจึงขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไม่มีนายทหารประทวนยศจ่าอยู่บนอากาศยานเพื่อปฏิบัติการยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่อำเภอจะแนะตามข่าวลือที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างแน่นอน ขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งด่วนสรุปจากข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ
เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่มักตกเป็นประเด็นอ่อนไหวบนโลกออนไลน์ การออกมาชี้แจงอย่างรวดเร็วและลงรายละเอียดชัดเจนถึงตัวบุคคล ยศ และภารกิจของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสในครั้งนี้ สะท้อนถึงความพยายามในการรักษาความโปร่งใสและป้องกันการสร้างความเกลียดชังจากข้อมูลเท็จที่อาจบานปลายในพื้นที่เปราะบาง
สำหรับประเด็นภาพถ่ายร่องรอยบนพื้นถนนลาดยางที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ นั้น ทางหน่วยงานระบุว่าเป็นภาพที่ถูกบันทึกไว้ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจะเดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเป็นทางการ พร้อมเตือนว่าการที่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ก่อนการตรวจพิสูจน์อาจทำให้หลักฐานทางคดีเกิดความเสียหายและมีความยุ่งเหยิงทางกฎหมายได้
ท้ายที่สุด หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้ขอความร่วมมือจากทั้งสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป ในการรับฟังและส่งต่อข้อมูลข่าวสารด้วยความระมัดระวังรอบคอบ โดยยึดถือข้อเท็จจริงที่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือสร้างความตื่นตระหนกในสังคมวงกว้าง
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น