ข้ามไปเนื้อหาหลัก

นิพิฏฐ์ ซัด รมว.ยุติธรรม ด้อยค่าทนายอั๋น เตือนไม่ใช่ผู้การแล้ว

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ วิจารณ์ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ปมตอบโต้ทนายอั๋นด้วยถ้อยคำรุนแรง ชี้ควรเปิดใจรับการตรวจสอบในฐานะนักการเมือง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
26 Aug 2026ที่มา: Matichon Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
นิพิฏฐ์ ซัด รมว.ยุติธรรม ด้อยค่าทนายอั๋น เตือนไม่ใช่ผู้การแล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ออกโรงวิจารณ์ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม
  • ตำหนิกรณี รมว.ยุติธรรม ใช้ถ้อยคำรุนแรงตอบโต้และด้อยค่าทนายอั๋น บุรีรัมย์
  • ชี้ทนายอั๋นเป็นประชาชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน
  • เตือนสติให้ตระหนักว่าปัจจุบันดำรงตำแหน่งนักการเมืองและ รมว.ยุติธรรม ไม่ใช่ผู้การตำรวจบุรีรัมย์อีกต่อไป

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างดุเดือด โดยมุ่งเป้าไปยัง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หลังจากที่มีการตอบโต้ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงและถูกมองว่าเป็นการด้อยค่าผู้ที่ออกมาทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ

ในมุมมองของนิพิฏฐ์ บุคคลอย่างทนายอั๋นถือเป็นประชาชนธรรมดาที่กล้าลุกขึ้นมาตรวจสอบอำนาจรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในสังคมปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่เลือกจะสยบยอมต่ออำนาจ โดยระบุเปรียบเปรยว่าการหาคนกล้าตรวจสอบเช่นนี้ยากยิ่งกว่าการงัดเข็มในมหาสมุทร

Thai parliament building

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

นอกจากนี้ นิพิฏฐ์ยังได้กล่าวตักเตือนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยย้ำเตือนถึงบทบาทหน้าที่ในสถานะปัจจุบันว่า:

"ท่านรัฐมนตรี คงลืมไปว่า วันนี้ ท่านไม่ใช่ผู้การตำรวจบุรีรัมย์ แต่วันนี้ ท่านคือนักการเมือง ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม"

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการทำหน้าที่ของผู้มีอำนาจรัฐ ซึ่งนิพิฏฐ์มองว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในระดับรัฐมนตรีจะต้องถูกตรวจสอบจากประชาชนได้มากกว่าคนทั่วไป และบทบาทหน้าที่หลักคือการใช้กฎหมายเพื่อผดุงความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไม่ใช่การนำกฎหมายไปใช้รับใช้บุคคลหรือกลุ่มคนที่ให้การสนับสนุนตนเอง

บทวิเคราะห์เพิ่มเติม: กรณีการปะทะคารมระหว่างนักการเมืองและผู้ตรวจการแผ่นดินหรือภาคประชาสังคม สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมทางการเมืองไทยในเรื่องความโปร่งใสและการยอมรับการตรวจสอบ เมื่อผู้มีอำนาจในอดีตเคยดำรงตำแหน่งในสายงานความมั่นคงหรือตำรวจ การปรับตัวเข้าสู่บทบาทนักการเมืองที่ต้องถูกตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนจึงเป็นโจทย์สำคัญที่มักสร้างความขัดแย้งเชิงวาทกรรมอยู่เสมอ

ในช่วงท้าย นิพิฏฐ์ได้แสดงความรู้สึกส่วนตัวต่อเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ตนรู้สึกสะอิดสะเอียนกับการกระทำที่เลือกใช้ถ้อยคำด้อยค่าผู้ตรวจสอบ แทนที่จะออกมาอธิบายและชี้แจงข้อเท็จจริงตามข้อกล่าวหาที่ถูกส่งเสียงสะท้อนมาจากภาคประชาชน

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้