ป.ป.ช. ลุยสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ขยายผลโยงปี 64-68
ป.ป.ช. เผยคดีทุจริตสอบท้องถิ่นปี 68 พัวพันเครือข่ายขบวนการต่อเนื่องถึงปี 64 โยงอธิบดี สถ. ในขณะนั้น พร้อมประสาน ปปง. เช็กเส้นทางการเงิน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ป.ป.ช. รับไต่สวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่นปี 2568 เป็นคดีพิเศษ
- พบหลักฐานเชื่อมโยงเครือข่ายขบวนการทุจริตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564-2568
- พัวพันผู้เกี่ยวข้องกว่า 6,000 ราย และอธิบดี สถ. ในช่วงเวลานั้น
- ประสาน ปปง. และธนาคารตรวจสอบเส้นทางการเงินเชิงลึกในกรอบเวลา 6 เดือน
นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ออกมาแถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับการไต่สวนคดีทุจริตการจัดสอบท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยทาง ป.ป.ช. ได้รับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ ซึ่งมุ่งเน้นการตรวจสอบใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ กรณีเจ้าหน้าที่และผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ทุจริตในการสอบแข่งขันข้าราชการปี 2568 ผ่านการล็อกสเปกและกำหนด TOR เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้เสนอราคาบางราย และกรณีการแอบอ้างเรียกรับเงินในการสอบบรรจุบุคคลเข้าเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น
จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกและการประสานงานร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมถึงธนาคารเพื่อขอข้อมูลเส้นทางการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ปรากฏว่ามีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการนี้มากกว่า 6,000 ราย โดยเจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบข้อมูลในระบบอย่างละเอียดรอบคอบเพื่อสาวให้ถึงต้นตอของเครือข่ายทุจริตดังกล่าว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ ระหว่างการดำเนินการไต่สวน เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบพยานหลักฐานจากคอมพิวเตอร์ที่ยึดมาได้ก่อนหน้านี้ พบไฟล์เอกสารซึ่งระบุบัญชีรายชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ และเครือข่ายที่ตรงกับการกระทำผิดในปี 2568 โดยเฉพาะรายชื่อที่พัวพันกับการสรรหาพนักงานเทศบาล ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด และพนักงานเมืองพัทยา ให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี 2564
หลักฐานดังกล่าวบ่งชี้ชัดเจนว่าเครือข่ายนี้ปฏิบัติการเป็นขบวนการติดต่อกันหลายปี ส่งผลให้ ป.ป.ช. มีมติรับคดีในปี 2564 เป็นคดีพิเศษเพิ่มเติม โดยมีผู้เกี่ยวข้องในกลุ่มนี้จำนวน 10 คน ซึ่งรวมถึงผู้ดำรงตำแหน่งระดับอธิบดี สถ. ในขณะนั้น ที่มีพฤติกรรมแก้ไขคะแนนสอบในลักษณะเดียวกันกับปี 2568
"จากหลักฐานที่บ่งชี้ว่า เครือข่ายนี้ทำงานเป็นขบวนการหลายปีต่อเนื่องกัน ป.ป.ช.จึงมีมติให้ไต่สวน และรับคดีปี 2564 เป็นคดีพิเศษ มีผู้เกี่ยวข้อง 10 คน สูงสุดเป็นระดับอธิบดี สถ.ในขณะนั้น มีพฤติกรรมกระทำความผิดแก้ไขคะแนนสอบเหมือนกับปี 2568 และเป็นกลุ่มคนเดียวกัน"
นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์
การขยายผลการตรวจสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่นจากปี 2568 ย้อนหลังไปถึงปี 2564 สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการกระทำผิดที่มีลักษณะเป็นเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมทางปกครอง ซึ่งมักใช้ช่องโหว่ในการกำหนดเงื่อนไขการประมูลและกระบวนการสอบแข่งขันเพื่อประโยชน์ส่วนตน การที่ ป.ป.ช. ดึง ปปง. เข้ามาร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงินถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการทลายเครือข่ายผู้มีอิทธิพล เนื่องจากคดีลักษณะนี้มักมีการยักย้ายถ่ายเทสินทรัพย์ผ่านเครือข่ายนอมินีหรือบัญชีม้า ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึกด้านธุรกรรมการเงินในการมัดตัวผู้กระทำผิดระดับสูง
อย่างไรก็ตาม สำหรับประเด็นกระแสข่าวเรื่องวงเงินเส้นทางการเงินกว่า 9,000 ล้านบาทนั้น นายเกียรติศักดิ์ระบุว่ายังไม่ได้รับข้อมูลยืนยันจากทาง ปปง. พร้อมทั้งเตรียมสอบขยายผลไปถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ดำรงตำแหน่งในช่วงปี 2564 ถึง 2568 เพื่อตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินดังกล่าวหรือไม่ โดยทาง ป.ป.ช. ได้กำหนดกรอบเวลาในการไต่สวนไว้ภายใน 6 เดือน ก่อนจะสรุปสำนวนส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่พิจารณาชี้มูลความผิดต่อไป
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น