ข้ามไปเนื้อหาหลัก

กรณ์ จาติกวณิช ตั้ง 4 คำถาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

กรณ์ จาติกวณิช อภิปรายในสภาฯ ค้าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ชี้เศรษฐกิจโตช้า 1.9% ไม่ใช่วิกฤตเร่งด่วน และการกู้เงินมากองไว้สร้างภาระดอกเบี้ย

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
26 Aug 2026ที่มา: Matichon Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
กรณ์ จาติกวณิช ตั้ง 4 คำถาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • กรณ์ จาติกวณิช อภิปรายค้าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แก้ไขวิกฤตพลังงาน
  • ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วยคะแนน 7:2 ว่า พ.ร.ก. ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
  • ชี้เป้าหมายติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป 1 ล้านครัวเรือนไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
  • เตือนรัฐบาลอย่านำเงินกู้มากองไว้เพราะจะสร้างภาระดอกเบี้ยมหาศาล

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายไม่เห็นด้วยกับการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 โดยระบุว่าแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยด้วยคะแนน 7:2 ว่า พ.ร.ก. ดังกล่าวไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่อำนาจในการพิจารณาความเหมาะสมยังอยู่ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน

นายกรณ์ได้เสนอ 4 คำถามสำคัญที่สมาชิกรัฐสภาต้องร่วมกันพิจารณา เริ่มจากคำถามแรกคือปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบันเป็นวิกฤตที่เสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศหรือไม่ โดยระบุว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้สะท้อนความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและเศรษฐกิจมหภาคหลายท่าน รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งต่างมองว่าเศรษฐกิจยังเติบโตได้และยังไม่ถึงขั้นวิกฤตร้ายแรง อีกทั้งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานยังไม่มีแผนงานที่เป็นรูปธรรมชัดเจน

Bangkok government building

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

7:2มติศาลรัฐธรรมนูญ
1.9%GDP ไตรมาส 2
4 แสนล้านวงเงินกู้ พ.ร.ก.

สำหรับคำถามที่สอง นายกรณ์ได้เจาะลึกถึงปัญหาปากท้องของประชาชนในปัจจุบัน โดยระบุว่าปัญหาหลักมี 4 ประการ ได้แก่ เศรษฐกิจเติบโตในไตรมาส 2 เพียง 1.9% การขาดดุลการค้าบัญชีเดินสะพัด รายได้ค่าแรงของประชาชนในช่วงครึ่งปีแรกติดลบเกือบ 3% เมื่อหักลบกับเงินเฟ้อ และราคาสินค้าที่สูงขึ้นต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่ามาตรการกู้เงินก้อนนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างเหล่านี้ได้จริง

"สิ่งที่ไม่ควรทำและทำไม่ได้คือกู้เงินมากองไว้ จะเป็นภาระในแง่ดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องแบกเพิ่มเติม และไม่มีทางที่รัฐบาลจะสามารถดำเนินการได้ในระยะเวลาหนึ่งปีตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้"

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

กรณ์ จาติกวณิช

ในส่วนของคำถามที่สามเกี่ยวกับความจำเป็นเร่งด่วน นายกรณ์ได้ยกตัวอย่างโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้ประชาชน 500,000 ถึง 1,000,000 ครัวเรือน ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าไว้ โดยชี้ให้เห็นสถิติว่าปีที่ผ่านมาทั้งประเทศติดตั้งไปเพียง 100,000 ครัวเรือน และคาดว่าปีนี้จะทำได้ราว 140,000 ครัวเรือน หากประเมินว่าปีหน้าทำได้ 200,000 ครัวเรือน รัฐบาลจะต้องใช้เวลาถึง 5 ปีจึงจะบรรลุเป้าหมายขั้นต่ำ สะท้อนว่าไม่มีความจำเป็นต้องรีบกู้เงินก้อนใหญ่มากองไว้ภายในกำหนดวันที่ 30 กันยายน 2570 ซึ่งจะสร้างภาระดอกเบี้ยโดยไม่จำเป็น

บทวิเคราะห์เพิ่มเติม: การอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทสะท้อนความขัดแย้งระหว่างความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นกับวินัยการเงินการคลังของประเทศ ในมุมมองเศรษฐศาสตร์มหภาค การกู้เงินจำนวนมากโดยไม่มีแผนการใช้จ่ายที่รวดเร็วและตรงจุดอาจทำให้เกิดสภาพคล่องส่วนเกินและเพิ่มต้นทุนทางการคลัง ขณะที่เป้าหมายด้านพลังงานสะอาดจำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่ต่อเนื่องมากกว่ามาตรการอัดฉีดเม็ดเงินกู้ในเวลาจำกัด

ปิดท้ายด้วยคำถามที่สี่เรื่องผลกระทบต่อสถานะการคลังของประเทศ นายกรณ์เตือนว่ากรอบวินัยการเงินการคลังตามกฎหมายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยรักษาสถานะทางการเงินของประเทศให้อยู่รอดปลอดภัยมาโดยตลอด การออก พ.ร.ก.กู้เงินจำนวนมหาศาลจึงต้องพิจารณาผลกระทบระยะยาวต่อความยั่งยืนทางการคลังของรัฐบาลอย่างรอบคอบ

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้