บุหรี่ไฟฟ้ามีนิโคตินช่วยเลิกบุหรี่ได้ดีที่สุด จากผลวิจัย
งานวิจัยล่าสุดจาก Cochrane เผยบุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคตินเพิ่มโอกาสเลิกสูบบุหรี่ได้ราว 60% เมื่อเทียบกับแผ่นแปะและหมากฝรั่งนิโคติน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ทีมนักวิจัย Cochrane ศึกษาการทดลองใหญ่ 80 รายการ ครอบคลุมเกือบ 30,000 คน
- บุหรี่ไฟฟ้ามีนิโคตินเพิ่มอัตราความสำเร็จในการเลิกบุหรี่จาก 6% เป็น 10% หรือเพิ่มขึ้นราว 60%
- มีประสิทธิภาพเหนือกว่าแผ่นแปะ หมากฝรั่ง และแผนสนับสนุนแบบดั้งเดิม
- ผลการศึกษาครอบคลุมเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่ถูกกฎหมายและผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยเท่านั้น
ผลการทบทวนวรรณกรรมครั้งใหญ่โดยทีมงาน Cochrane ซึ่งได้ทำการวิเคราะห์การทดลองสำคัญ 80 รายการจากกลุ่มตัวอย่างเกือบ 30,000 คน ชี้ว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของนิโคตินเป็นหนทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ โดยมีประสิทธิภาพเหนือกว่าตัวช่วยแบบดั้งเดิมอย่างแผ่นแปะนิโคติน หมากฝรั่ง และโปรแกรมให้คำปรึกษาทั่วไป
งานวิจัยชิ้นนี้ระบุว่า บุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคตินสามารถเพิ่มอัตราความสำเร็จในการเลิกบุหรี่ได้ประมาณ 60% โดยขยับจากอัตราความสำเร็จราว 6 คนจากทุกๆ 100 คน เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 10 คนจากทุกๆ 10 คน นอกจากนี้ บุหรี่ไฟฟ้าประเภทดังกล่าวยังทำผลงานได้ดีกว่าบุหรี่ไฟฟ้าแบบไม่มีนิโคตินอีกด้วย แม้ว่านักวิจัยจะแนะนำว่าการเปลี่ยนมาใช้แบบไม่มีนิโคตินในภายหลังอาจช่วยในการลดปริมาณนิโคตินลงได้ก็ตาม
ในด้านความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าแม้การสูบไอจะไม่ปราศจากความเสี่ยงเสียทีเดียว แต่ก็มีความปลอดภัยมากกว่าการสูบบุหรี่มวนอย่างเห็นได้ชัด ข้อมูลสถิติในสหราชอาณาจักรระบุว่าปัจจุบันมีผู้ที่มีอายุเกิน 16 ปีใช้งานบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่าการสูบบุหรี่จริงแล้ว โดยมีประชากรประมาณ 5.4 ล้านคนที่ใช้งานบุหรี่ไฟฟ้าเป็นประจำหรือเป็นครั้งคราว ในขณะที่ผู้สูบบุหรี่มวนมีอยู่ประมาณ 5.3 ล้านคน หรือคิดเป็น 10% ของประชากรผู้ใหญ่ทั้งหมด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"Unlicensed e-cigarettes are potentially dangerous, with issues including unstable batteries and harmful chemicals."
อย่างไรก็ตาม ผลการวิเคราะห์ครั้งนี้จำกัดอยู่แค่เพียงบุหรี่ไฟฟ้าที่มีการควบคุมคุณภาพและปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดเท่านั้น โดยไม่ได้รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาตซึ่งอาจปะปนสารเสพติดอันตรายอย่างสไปซ์หรือทีเอชซี ดร. เจมี ฮาร์ทมันน์-บอยซ์ หนึ่งในคณะผู้จัดทำรายงาน ได้ออกมาเตือนถึงอันตรายของผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีใบอนุญาตเหล่านี้ว่าอาจมีความเสี่ยงจากแบตเตอรี่ที่ไม่เสถียรและสารเคมีอันตราย
บริบทเพิ่มเติม: การศึกษาจาก Cochrane ถือเป็นมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ในวงการวิจัยการแพทย์มาอย่างยาวนาน เนื่องจากเป็นการประมวลผลข้อมูลจากงานวิจัยจำนวนมากทั่วโลกเข้าด้วยกัน (Systematic Review) การที่องค์การสุขภาพต่างๆ เริ่มยอมรับบุหรี่ไฟฟ้าที่มีการควบคุมคุณภาพว่าเป็นเครื่องมือลดอันตราย (Harm Reduction) สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนมุมมองด้านสาธารณสุขที่เน้นการลดผลกระทบอันรุนแรงจากสารทาร์และสารก่อมะเร็งในควันบุหรี่มวน แม้หน่วยงานสุขภาพยังคงย้ำเตือนว่าเยาวชนและผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ไม่ควรเริ่มต้นใช้งานเด็ดขาด
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าการสูบบุหรี่คือสาเหตุหลักของการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตที่สามารถป้องกันได้ โดยคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกมากกว่าเจ็กล้านคนต่อปี และผู้ที่สูบบุหรี่ในระยะยาวราวสองในสามคนมักจะเสียชีวิตด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับยาสูบ การเลิกบุหรี่จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็งปอด และโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างมีนัยสำคัญ
ที่มา: BBC Health
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น