ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุกอดีต สส. และอดีตเลขา กพฐ. คดีสนามฟุตซอล
องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์พิพากษาแก้คดีทุจริตงบสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียน 12 แห่ง วงเงิน 45 ล้านบาท สั่งจำคุกอดีต สส. และข้าราชการระดับสูง ไม่รอการลงโทษ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คดีทุจริตงบสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียน 12 แห่ง วงเงิน 45 ล้านบาท
- สั่งจำคุกอดีต สส. จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน และอดีตเลขาธิการ กพฐ. จำเลยที่ 3 เป็นเวลา 5 ปี โดยไม่รอการลงโทษ
- พบพฤติการณ์ล็อกสเปกและฮั้วประมูล โดยแจกแผ่นซีดีกำหนดราคาสูงกว่าท้องตลาดให้โรงเรียนนำไปใช้ทำ TOR
- สั่งปรับจำเลยบางรายเป็นเงินกว่า 14.9 ล้านบาท พร้อมจำคุกจำเลยอื่นๆ ตามบทบาทความผิด
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อ่านคำพิพากษาขององค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ ในคดีทุจริตการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2555 เพื่อก่อสร้างสนามฟุตซอลให้กับโรงเรียนในพื้นที่ต่างๆ โดยคดีนี้มีโจทก์และจำเลยหลายรายได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาเดิมที่ตัดสินไปเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2567 ซึ่งทางองค์คณะฯ ได้รับอุทธรณ์ไว้เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 ก่อนที่จำเลยที่ 8 ถึง 11 จะขอถอนอุทธรณ์ในเวลาต่อมา
จากการไต่สวนพบว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้าไปกำหนดรายชื่อโรงเรียนในเขตพื้นที่เลือกตั้งของตนให้ได้รับงบประมาณรวม 45,000,000 บาท ซึ่งเป็นการกระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญที่ห้าม สส. มีส่วนในการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี และมีความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ขณะที่จำเลยที่ 2 ได้สนองความต้องการดังกล่าวในช่วงที่ประเทศไทยเพิ่งเผชิญอุทกภัยใหญ่ ทำให้โรงเรียน 12 แห่งไม่สามารถนำงบประมาณไปซ่อมแซมอาคารเรียนที่ชำรุดทรุดโทรมตามความจำเป็นที่แท้จริงได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง องค์คณะฯ พบว่ามีการดำเนินงานอย่างเป็นขบวนการ โดยจำเลยที่ 4 และที่ 5 ได้รับการแต่งตั้งจากจำเลยที่ 9 ถึง 11 ซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าใน TOR ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายเพื่ออำพรางการตรวจสอบ นอกจากนี้ยังมีการจ้างน้องสาวของจำเลยที่ 12 ไปยื่นเอกสารประกวดราคาในราคาซองละ 2,000 บาท รวมถึงมีการว่าจ้างบุคคลให้ตระเวนซื้อซองและยื่นซองตามรายชื่อที่กำหนด พร้อมทั้งมีการสั่งการราคาสุดท้ายล่วงหน้า ทำให้การเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐไม่ใช่การแข่งขันตามปกติ
คดีทุจริตสนามฟุตซอลโรงเรียนถือเป็นหนึ่งในคดีทุจริตเชิงนโยบายและการใช้งบประมาณแผ่นดินครั้งใหญ่ในอดีต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการแทรกแซงกระบวนการจัดสรรงบประมาณจากฝ่ายการเมืองสู่ส่วนภูมิภาค การที่ศาลพิพากษาลงโทษสถานหนักและไม่รอการลงโทษแก่ข้าราชการระดับสูงและนักการเมืองในคดีลักษณะนี้ ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการปราบปรามการทุจริตและป้องกันการฮั้วประมูลในโครงการภาครัฐ
นอกจากนี้ จำเลยที่ 12 ยังมีบทบาทสำคัญในการชี้แจงและแจกแผ่นซีดีที่มีรายละเอียดราคาสูงกว่าท้องตลาดให้แก่ผู้อำนวยการโรงเรียนที่ร้านต้นอ้อลาบเป็ด ก่อนที่จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นอดีตเลขาธิการ กพฐ. จะนำข้อมูลดังกล่าวไปรับรองและอนุมัติเป็นแบบประมาณการราคาและกำหนดใน TOR ของโรงเรียนทั้ง 12 แห่ง ส่งผลให้คณะกรรมการสถานศึกษาไม่สามารถทำตามระเบียบราชการปกติได้
องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์จึงมีคำพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 3 ปี 4 เดือน ส่วนจำเลยที่ 3 ในฐานะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่หากไม่ร่วมมือด้วยคดีจะเกิดขึ้นไม่ได้ ให้จำคุก 5 ปีโดยไม่รอลงอาญา ขณะที่จำเลยที่ 12 ถูกสั่งจำคุก 3 ปี 4 เดือนไม่รอลงอาญาเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีคำสั่งจำคุกจำเลยอื่นๆ เช่น จำเลยที่ 2 มีกำหนด 5 ปี, จำเลยที่ 5, 9, 11 คนละ 1 ปี 4 เดือน, จำเลยที่ 7 จำคุก 1 ปี 4 เดือนโดยให้รอลงอาญา 3 ปี และสั่งปรับจำเลยที่ 4, 6, 8, 10 รายละ 14,978,333.33 บาท
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น