14 ส.ส.ชายแดนใต้ จี้ 2 กมธ. สอบเหตุรุนแรงและฮ.ยิงชาวบ้าน
ส.ส.ชายแดนใต้ 14 ชีวิตผนึกกำลังยื่นหนังสือถึงกมธ.ความมั่นคงฯ และกมธ.การกระจายอำนาจฯ จี้สอบเหตุความไม่สงบช่วง 22-24 ส.ค. และกรณีเฮลิคอปเตอร์ยิงชาวบ้านนราธิวาส

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ส.ส.ชายแดนใต้ 14 คนยื่นหนังสือจี้ 2 กมธ.สอบเหตุไม่สงบ
- เหตุรุนแรง 22-24 ส.ค. กระทบเสาไฟฟ้า อบต. และร้านสะดวกซื้อ
- จี้สอบข้อเท็จจริงกรณีเฮลิคอปเตอร์ยิงชาวบ้านในอำเภอจะแนะ
- กมธ.นัดประชุมพิเศษ 27 ส.ค. เรียก 6 หน่วยงานชี้แจงด่วน
เมื่อเร็วๆ นี้ นายซาการียา ส.ส.ในพื้นที่ เปิดเผยถึงสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่าเกิดเหตุการณ์หลายรูปแบบในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ การดำรงชีวิต และระบบสาธารณูปโภคของประชาชนในพื้นที่โดยตรง ทำให้ส.ส.ในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดต้องหารือร่วมกันเพื่อหาทางออก
ความรุนแรงดังกล่าวสร้างความกังวลใจอย่างมากให้กับประชาชน เนื่องจากมีการทำลายทรัพย์สินทางราชการและเอกชนเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการระเบิดเสาไฟฟ้า การเผาทำลายอาคารสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลตำบล และเทศบาลเมือง ตลอดจนการทำลายยานพาหนะจำเป็น เช่น รถขยะและรถดับเพลิง รวมถึงการระเบิดและเผาทำลายร้านสะดวกซื้อของเอกชน ซึ่งทางกลุ่มส.ส.ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงทุกรูปแบบ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
จากสถานการณ์ดังกล่าว ส.ส.ในพื้นที่จึงได้รวบรวมรายชื่อและทำหนังสือยื่นต่อคณะกรรมาธิการ 2 คณะ ได้แก่ คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สิทธิมนุษยชน และชนเผ่าพื้นเมือง และคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารจัดการรูปแบบพิเศษ เพื่อขอให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงมาตรการป้องกัน พร้อมทั้งจี้ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเฮลิคอปเตอร์ยิงชาวบ้านในตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส รวมถึงแนวทางการเยียวยาและบริการประชาชน
ด้าน นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ได้เดินทางมารับหนังสือด้วยตนเอง พร้อมระบุว่าในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ทางกมธ.จะนัดประชุมพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยเฉพาะ พร้อมทั้งเรียก 6 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเข้ามาให้ข้อมูลและหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน โดยยืนยันว่าการทำงานครั้งนี้ทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชาติ พรรคกล้าธรรม พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน จะร่วมมือกันอย่างไร้รอยต่อเพื่อประโยชน์ของประชาชน
สอดคล้องกับ นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ส.ส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ประธานกมธ.การกระจายอำนาจฯ ที่ระบุว่าจะเร่งนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมภายในเดือนสิงหาคมนี้ เนื่องจากมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความเปลี่ยนแปลงจากการก่อความไม่สงบรูปแบบเดิม มาสู่การกระทบต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด โดยจะทำงานบูรณาการร่วมกับกมธ.ความมั่นคงฯ เพื่อเร่งสอบข้อเท็จจริงและเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา
"เรื่องงบประมาณคงไม่ใช่ปัญหา เพราะหลายรัฐบาลได้จัดงบประมาณเพื่อแก้ปัญหา แต่สำคัญที่สุดคือต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับฟังฝ่ายนิติบัญญัติและเสียงของพี่น้องประชาชน"
นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส
เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา มักถูกมองผ่านมุมมองด้านความมั่นคงเป็นหลัก แต่การที่ ส.ส. ทั้งจากฝ่ายค้านและรัฐบาลรวม 14 คน ออกมาเคลื่อนไหวพร้อมกันในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ฝ่ายนิติบัญญัติพยายามดึงเอาประเด็นผลกระทบต่อองค์กรท้องถิ่นและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนมาอยู่ในความสนใจระดับชาติ พร้อมทั้งกดดันให้หน่วยงานรัฐเปิดพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่อย่างแท้จริง เพื่อลดช่องว่างระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน
ขณะที่ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เผยว่านี่เป็นครั้งแรกที่ ส.ส. จาก 13 เขตเลือกตั้งและส.ส.บัญชีรายชื่อในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จากทุกพรรคการเมืองมาร่วมแถลงจุดยืนพร้อมกัน สะท้อนว่าฝ่ายนิติบัญญัติไม่นิ่งดูดายต่อปัญหาที่สะสมมากว่า 20 ปี โดยย้ำว่าปัญหาสำคัญไม่ใช่เรื่องงบประมาณ แต่คือการที่หน่วยงานรัฐต้องรับฟังเสียงของประชาชนและ ส.ส. ในพื้นที่ พร้อมขอให้ประชาชนนอกพื้นที่ใช้วิจารณญาณในการเสพสื่อและหลีกเลี่ยงการผลักดันคนในพื้นที่ให้กลายเป็นผู้ต้องสงสัย เนื่องจากประชาชนเกิดและเติบโตที่นั่นและต้องการความสงบสุขอย่างแท้จริง
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น