ชวน หลีกภัย ติงการเมืองแทรกแซงศาลรัฐธรรมนูญ ปม พ.ร.ก. กู้เงิน
นายชวน หลีกภัย อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 เตือนการเมืองอย่าแทรกแซงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และอย่าเอาหนี้บุญคุณมาเปลี่ยนคำวินิจฉัย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายชวน หลีกภัย อภิปรายในสภาเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 เตือนการเมืองแทรกแซงตุลาการ
- ระบุชัดเจนว่าอย่าเอาหนี้บุญคุณมาทำให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกิดการเปลี่ยนแปลง
- เป็นหนึ่งใน 133 สส. ที่เข้าชื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท
- เผยผลวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 เสียง ในส่วนมาตรา 5 วงเล็บหนึ่ง
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 สมัยสามัญครั้งที่สอง ณ อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ได้มีการพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงินรวม 4 แสนล้านบาท ซึ่งประเด็นเรื่องความถูกต้องตามกฎหมายได้กลายเป็นจุดสนใจสำคัญในการอภิปรายครั้งนี้
ในเวลาประมาณ 18.00 น. นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ขึ้นอภิปรายในที่ประชุม โดยเปิดเผยว่าตนเป็นหนึ่งในจำนวน 133 คนที่ได้ร่วมกันเข้าชื่อใช้สิทธิ์ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคหนึ่ง เพื่อยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญทำการวินิจฉัยว่า พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าวมีความถูกต้องสอดคล้องตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นายชวนได้ระบุถึงผลการพิจารณาที่ออกมาว่า บัดนี้ทางศาลรัฐธรรมนูญได้ทำการวินิจฉัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยในส่วนของมาตรา 5 วงเล็บหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับเงินกู้ตาม พ.ร.ก. ฉบับนี้ในส่วนที่มุ่งเน้นเพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการนั้น ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 เสียง ว่ามีความถูกต้องเข้าตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่นายชวนได้เน้นย้ำระหว่างการอภิปรายคือการแสดงความกังวลและฝากข้อเตือนใจไปยังฝ่ายการเมือง โดยมีการใช้ถ้อยคำที่สะท้อนถึงความห่วงใยต่อโครงสร้างกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งกล่าวเน้นย้ำถึงความเป็นอิสระที่ตุลาการควรยึดถือในการปฏิบัติหน้าที่วินิจฉัยคดีสำคัญต่างๆ ของประเทศ
"กระทุ้งอย่าเอาหนี้บุญคุณมาทำให้คำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลง"
ชวน หลีกภัย
การอภิปรายของนายชวน หลีกภัย สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการปกป้องหลักนิติธรรม (Rule of Law) และความเป็นอิสระของอำนาจตุลาการ ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญในระบอบประชาธิปไตย การตั้งข้อสังเกตเรื่องการแทรกแซงและการใช้หนี้บุญคุณทางการเมืองถือเป็นประเด็นอ่อนไหวที่มักถูกหยิบยกมาพูดถึงเมื่อมีการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐผ่านองค์กรอิสระ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจึงไม่เพียงแต่เป็นการอภิปรายเกี่ยวกับกรอบวงเงินงบประมาณและการออก พ.ร.ก. ด้านพลังงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดพื้นที่ตรวจสอบและท้วงติงเรื่องธรรมาภิบาลและการใช้อำนาจทางการเมืองต่อองค์กรตุลาการอย่างตรงไปตรงมาอีกด้วย
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น