Garmin Fenix 8 Pro สมาร์ทโหมดใช้งานได้นานสุด 27 วัน ลดราคา $250
Garmin Fenix 8 Pro สมาร์ทวอทช์สายลุยลดราคาพิเศษ $250 ชูจุดเด่นสื่อสารผ่านดาวเทียมสองทาง เทคโนโลยี inReach แบตอึด 27 วัน และหน้าจอ AMOLED 1.4 นิ้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Garmin Fenix 8 Pro ลดราคาพิเศษลงทันที 250 ดอลลาร์
- รองรับระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมสองทางและ LTE ผ่านเทคโนโลยี inReach
- แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 27 วันในโหมดสมาร์ทวอทช์
- หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.4 นิ้ว พร้อมกระจกแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วน
หากคุณกำลังมองหาสมาร์ทวอทช์สายลุยที่อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง ข่าวดีคือสมาร์ทวอทช์รุ่นเรือธงอย่าง Garmin Fenix 8 Pro กำลังจัดโปรโมชันลดราคาพิเศษถึง 250 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับสายแอดเวนเจอร์ที่ต้องการอุปกรณ์คู่ใจในราคาสบายกระเป๋าขึ้น โดยรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมกลางแจ้งและออกนอกพื้นที่สัญญาณโทรศัพท์โดยเฉพาะ
จุดเด่นสำคัญที่ทำให้รุ่นนี้แตกต่างจากสมาร์ทวอทช์ทั่วไปคือความสามารถในการสื่อสารผ่านดาวเทียมแบบสองทาง (two-way satellite communications) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเช็คอินพูดคุยกับเพื่อนหรือครอบครัวได้แม้จะอยู่กลางป่าลึกหรือพื้นที่ไร้สัญญาณ โดยอาศัยเทคโนโลยี inReach พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ LTE (ต้องสมัครแพ็กเกจเสริมราคาตั้งแต่ 8 ถึง 49.99 ดอลลาร์ต่อเดือน และมีช่วงทดลองใช้ฟรี 30 วัน)

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ ตัวนาฬิกายังมาพร้อมระบบส่งข้อความขอความช่วยเหลือฉุกเฉินแบบอินเทอร์แอกทีฟ (interactive SOS) เพื่อขอความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงจากศูนย์ตอบสนองทั่วโลกของ Garmin ในด้านความทนทาน Fenix 8 Pro ใช้หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.4 นิ้วที่สว่างและทนทาน ครอบด้วยกระจกแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วน ขอบตัวเรือนทำจากไทเทเนียม ดีไซน์ปุ่มกดที่ใช้งานง่ายแม้สวมถุงมือหรือมือเปียกเหงื่อ พร้อมลำโพงและไมโครโฟนในตัว
การที่สมาร์ทวอทช์สามารถรองรับการสื่อสารผ่านดาวเทียมสองทางและระบบ SOS ได้โดยตรงจากข้อมือ ถือเป็นก้าวสำคัญของอุปกรณ์สวมใส่ที่เปลี่ยนจากเครื่องมือติดตามสุขภาพทั่วไปให้กลายเป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉินในพื้นที่ทุรกันดาร ลดความจำเป็นในการพกพาอุปกรณ์สื่อสารดาวเทียมแยกต่างหากที่มีน้ำหนักมาก
สำหรับแบตเตอรี่ในรุ่นนี้สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 27 วันในโหมดสมาร์ทวอทช์ นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับการดำน้ำด้วยคุณสมบัติกันน้ำลึกถึง 100 เมตร มีไฟฉายในตัวเพื่อการเดินทางยามค่ำคืน เซ็นเซอร์วัดออกซิเจนในเลือด (pulse oximeter) บารอมิเตอร์ รองรับ ECG รวมถึงฟีเจอร์วิเคราะห์ขั้นสูงอย่าง endurance score, hill score และระบบแนะนำการออกกำลังกายรายวันสำหรับนักวิ่ง
ที่มา: Lifehacker
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น