อภิสิทธิ์-พริษฐ์จี้โสภณสอบ ป.ป.ช. ปมศักดิ์สยาม 82 วันไร้ผล
อภิสิทธิ์และพริษฐ์ทวงถามความคืบหน้ากรณีประธานสภาตั้งกรรมการสอบ ป.ป.ช. ปมศักดิ์สยาม ผ่านไป 82 วันยังไร้ข้อสรุป ด้านโสภณยันรอผลและไม่อายสังคม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพริษฐ์ วัชรสินธุ จี้ถามความคืบหน้ากรณีส่งเรื่อง ป.ป.ช. ปมศักดิ์สยาม ชิดชอบ
- เวลาล่วงเลยมาถึง 82 วันแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้า เทียบกับกรณีอดีต สว. ที่ใช้เวลา 41 วัน
- โสภณ ซารัมย์ เผยใช้คณะกรรมการกลั่นกรองระดับตุลาการนอกสภาเพื่อความโปร่งใสแต่ยังเปิดเผยชื่อไม่ได้
การประชุมรัฐสภาล่าสุดได้เกิดประเด็นถกเถียงเรื่องการตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช. ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ออกมาทวงถามถึงความชัดเจนในการส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงกรอบระยะเวลาในการวินิจฉัย และความสามารถในการเปิดเผยเหตุผลรวมถึงความเห็นของคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทางด้านนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ได้ชี้แจงถึงกระบวนการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองก่อนที่ตนจะใช้ดุลยพินิจตามรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าตนได้ศึกษาแนวทางจากอดีตประธานสภาที่เคยดำเนินการลักษณะเดียวกัน แต่ได้เลือกใช้บุคคลภายนอกสภาที่มีภูมิประวัติระดับตุลาการและสังคมเชื่อถือได้ แทนที่จะใช้คนในสภาเพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องการเป็นบุคคลใต้อาณัติ
"ไม่ใช่ผมเลียนแบบตามประเพณี แต่เมื่อเป็นเรื่องใหญ่ ต้องใช้ความรอบคอบทางกฎหมาย ทั้งนี้คนที่จะมาทำหน้าที่ใช้เวลาเจรจาขอนาน เพราะเป็นเรื่องที่เปลืองตัว แต่ผมได้นำบุคคลที่น่าเชื่อถือมาทำงาน เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ภูมิประวัติที่สังคมเชื่อถือได้ เป็นระดับ ตุลาการ ผมไม่ทำสิ่งที่อายสังคมแน่นอน แต่ยังเปิดเผยชื่อไม่ได้ เพราะกังวลว่าจะไม่เป็นอิสระ"
นายโสภณ ซารัมย์
ในฝั่งของพรรคการเมือง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ออกมาสะท้อนมุมมองว่า การที่ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการชุดดังกล่าว ทำให้เกิดความเสี่ยงเรื่องความเป็นอิสระจากการตรวจสอบของประชาชน นอกจากนี้ยังเปรียบเทียบระยะเวลาว่า กรณีที่ สว. เคยยื่นเรื่องในลักษณะเดียวกันเคยใช้เวลาเพียง 41 วันก่อนส่งศาลฎีกา แต่ปัจจุบันกรณีนี้กินเวลาไปแล้ว 82 วัน ทางฝ่ายค้านจึงต้องการกรอบเวลาที่ชัดเจน พร้อมเสนอให้ตัวแทนฝ่ายค้านได้เข้าไปชี้แจงเหตุผลต่อคณะกรรมการวินิจฉัยโดยตรงด้วย
ประเด็นการตรวจสอบองค์กรอิสระหรือเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงผ่านกลไกรัฐสภาและศาลฎีกานี้สะท้อนถึงความสำคัญของกระบวนการถ่วงดุลอำนาจในทางการเมืองไทย การกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนและการรักษาความโปร่งใสของคณะกรรมการกลั่นกรองจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสาธารณชน ท่ามกลางความคาดหวังของทุกฝ่ายที่ต้องการเห็นการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ตอบสนองต่อข้อเสนอของฝ่ายค้าน นายโสภณระบุว่าได้มอบหมายให้คณะกรรมการพิจารณาเร่งรัดตามความเหมาะสม และขอให้มีหลักฐานบันทึกการประชุมทุกครั้งเพื่อนำข้อสรุปมาเปิดเผยต่อสังคมต่อไป พร้อมทั้งเชื่อว่าข้อเสนอและข้อหารือต่างๆ จะถูกถ่ายทอดผ่านสื่อมวลชนเพื่อให้คณะกรรมการได้รับทราบข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้าน
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น