กมธ.มั่นคง ถก 6 หน่วยงาน ปมเหตุความไม่สงบใต้ 51 จุด
กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ เรียก 6 หน่วยงานหารือเหตุป่วนใต้ 51 จุด และสอบข้อเท็จจริงปมเฮลิคอปเตอร์ยิงประชาชนที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อ 27 ส.ค. 2569

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กมธ.ความมั่นคงฯ เรียก 6 หน่วยงานหารือเหตุป่วนใต้ 51 จุด
- สอบข้อเท็จจริงปมเฮลิคอปเตอร์ยิงชาวบ้านที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส
- ประธาน กมธ. ชี้การเมืองมีส่วนและระบุแบ่งแยกดินแดนเป็นไปไม่ได้
เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันที่ 27 ส.ค. 2569 ณ อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ได้จัดประชุมขึ้นภายหลังจากที่ สส. 14 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 14 คน ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงแนวทางการป้องกันปัญหาความไม่สงบ รวมถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีข้อกล่าวอ้างเรื่องการใช้อาวุธยิงใส่ประชาชนจากบนเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส
การประชุมครั้งนี้ทางคณะกรรมาธิการได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงจำนวน 6 หน่วยงาน ประกอบด้วย สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช., กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ซึ่งในส่วนของ กอ.รมน. ติดภารกิจ, ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต., และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 ส่วนหน้า
ในที่ประชุม ประธานคณะกรรมาธิการได้หยิบยกประเด็นสาเหตุของปัญหาไฟใต้ขึ้นมาวิเคราะห์โดยระบุถึงปัจจัย 5 ประการ ซึ่งรวมถึงประเด็นเรื่องการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นความพยายามแบ่งแยกดินแดน
"แบ่งแยกดินแดนเป็นไปไม่ได้ เชื่อคนไทยทั้งประเทศไม่ยอม"
ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ
นอกจากนี้ ประธาน กมธ. ยังได้กล่าวเสริมถึงประเด็นกลุ่มขบวนการ โดยระบุว่าหากสถานการณ์มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มบีอาร์เอ็นรุ่นใหม่ ทางภาครัฐจะต้องดำเนินการพูดคุยและเจรจาให้ตรงจุดเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน
การประชุมของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐในครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของกลไกสภาในการตรวจสอบและขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวและซับซ้อน การเชิญหน่วยงานด้านความมั่นคงและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ามาร่วมโต๊ะหารือถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างความโปร่งใสและการแสวงหาทางออกร่วมกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายปฏิบัติการ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น