Mark Francis จัดนิทรรศการ Chroma 2026: ภาพวาดเสียง
นิทรรศการ Chroma ของ Mark Francis จัดแสดงที่ Bernhard Knaus Fine Art ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม ถึง 21 พฤศจิกายน 2026 นำเสนอภาพวาดนามธรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคลื่นเสียงและความถี่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Mark Francis นำเสนอผลงานชุดใหม่ในนิทรรศการเดี่ยวชื่อ Chroma
- จัดแสดงที่แกลเลอรี Bernhard Knaus Fine Art ระหว่างวันที่ 5 กันยายน - 21 พฤศจิกายน 2026
- ผลงานได้รับแรงบันดาลใจจากคลื่นเสียง ความถี่ และโครงสร้างทางชีววิทยา
- นอกจากแฟรงก์เฟิร์ต ผลงานของเขายังร่วมจัดแสดงในงาน Venice Biennale 2026 ด้วย
เบอร์ฮาร์ด เนาส์ ไฟน์ อาร์ต (Bernhard Knaus Fine Art) เตรียมจัดแสดงผลงานชุดล่าสุดของ มาร์ก ฟรานซิส (Mark Francis) จิตรกรชาวไอร์แลนด์เหนือ ในนิทรรศการที่มีชื่อว่า Chroma ซึ่งงานศิลปะนามธรรมเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นให้อยู่ในจุดกึ่งกลางระหว่างสิ่งที่มองเห็นและสิ่งที่คล้ายกับจะได้ยิน โดยนิทรรศการนี้กำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน ถึง 21 พฤศจิกายน 2026 ภายในงานเป็นการรวบรวมภาพวาดที่ขับเคลื่อนด้วยเสียง ความถี่ และการสะท้อน พร้อมด้วยสนามสีสันที่สั่นไหว เส้นสายที่สะท้อนเป็นจังหวะ เพื่อเปลี่ยนผืนผ้าใบให้กลายเป็นทัศนียภาพทางเสียงในรูปแบบทัศนศิลป์
สำหรับแนวคิดของฟรานซิส สีสันไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นผิวที่หยุดนิ่ง แต่อย่าไรก็ตามมันคือปรากฏการณ์ทางอะคูสติก เส้นสายภายในภาพปรากฏลักษณะคล้ายการสั่นไหว การซ้อนทับ และการสะท้อนก้องไปทั่วทั้งชิ้นงาน จนเกิดเป็นองค์ประกอบที่สื่อถึงเสียงสะท้อนหรือความถี่ซ้อนชั้น โดยผลงานไฮไลต์บางส่วนมาพร้อมกับชื่อที่ชวนให้ตีความ เช่น Sound Echo, Metronomic Sound และ Veil ซึ่งช่วยเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้จินตนาการโดยไม่จำกัดความหมายตายตัว
แนวคิดการนำเสียงและคลื่นความถี่มาถ่ายทอดเป็นงานทัศนศิลป์ (Visual Soundscape) สะท้อนถึงการทดลองข้ามศาสตร์ระหว่างโสตประสาทและจักษุประสาท ซึ่งในทางศิลปะร่วมสมัย ศิลปินมักใช้วิธีการแปลงข้อมูลนามธรรม (Data Visualization หรือ Sonic-to-Visual Mapping) เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมรับรู้สุนทรียภาพผ่านประสาทสัมผัสที่เชื่อมโยงกันอย่างแนบเนียน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
จุดเริ่มต้นของภาพวาดเหล่านี้มักมีเค้าโครงมาจากภาพถ่ายจุลทรรศน์ รูปผลึกคริสตัล โครงข่ายใยแมงมุม และระบบเซลล์ในร่างกาย ซึ่งฟรานซิสได้นำต้นแบบจากคณิตศาสตร์และชีววิทยาเหล่านี้มาปรับใช้เป็นเวลานาน แทนที่จะลอกเลียนแบบธรรมชาติอย่างตรงไปตรงมา เขากลับดึงเอาเรขาคณิตเหล่านั้นออกมาจากบริบทเดิม เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการวาดภาพ เปิดโอกาสให้ระเบียบแบบแผนทางวิทยาศาสตร์ค่อย ๆ เลือนหายไปกลายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถวัดค่าได้อย่างตายตัว
"งานศิลปะชุดนี้ขับเคลื่อนด้วยทุ่งสีสัน จังหวะ และเสียงสะท้อน ที่ผสมผสานระเบียบแบบแผนเข้ากับความบังเอิญอย่างลงตัว"
Mark Francis
ขั้นตอนการทำงานของฟรานซิสสะท้อนถึงแรงดึงดูดระหว่างความตั้งใจและความบังเอิญ ภาพวาดของเขาถูกคิดค้นมาอย่างรอบคอบ แต่ในขณะเดียวกันก็ใช้วิธีการสร้างสรรค์แบบฉับพลัน (alla prima) เปิดทางให้ภาพได้พัฒนาขึ้นโดยตรงบนผืนผ้าใบ ขณะที่สีสัน พื้นผิว และท่าทางการวาดตอบสนองซึ่งกันและกันแบบเรียลไทม์ การวางแผนช่วยสร้างกรอบโครงสร้าง ขณะที่ความบังเอิญเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง ทำให้การควบคุมและโชคชะตาช่วยกันจัดวางองค์ประกอบสุดท้าย
ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่ภาพนิ่งธรรมดา แต่เป็นสนามแห่งประสบการณ์ของสีสันและจังหวะ นิทรรศการ Chroma สะท้อนมุมมองว่าเสียงคือสิ่งแวดล้อมที่หล่อหลอมการรับรู้แม้จะมองไม่ด้วยตาเปล่า และนอกจากนิทรรศการในแฟรงก์เฟิร์ตแล้ว ผลงานของเขายังร่วมจัดแสดงในนิทรรศการ Sea of Sound สำหรับสาธารณรัฐซานมารีโน ในงานเวนิส เบียนนาเล่ (Venice Biennale) ปี 2026 อีกด้วย
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น