ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Sala Kin Khao: พาวิเลียนเหล็กและไม้ 27 ตร.ม. ในเชียงใหม่

สตูดิโอ ROOF RAIN ออกแบบพาวิเลียนกันน้ำท่วมขนาด 27 ตารางเมตรในจังหวัดเชียงใหม่ หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2024 พร้อมครัวเปิดและพื้นที่เก็บของ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
27 Aug 2026ที่มา: designboom3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 19 Sep 2026
แชร์
Sala Kin Khao: พาวิเลียนเหล็กและไม้ 27 ตร.ม. ในเชียงใหม่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ROOF RAIN ออกแบบพาวิเลียน Sala Kin Khao ขนาด 27 ตร.ม. ในเชียงใหม่
  • ยกระดับพื้นสูงจากพื้นดิน 70 เซนติเมตรเพื่อป้องกันน้ำท่วมและระบายอากาศ
  • โครงสร้างใช้ระบบกริดโมดูลาร์ 3x3 เมตร และใช้วิธีการก่อสร้างแบบแห้งกว่า 80%
  • ผสมผสานโครงสร้างเหล็กเข้ากับกรอบไม้เก่ารีไซเคิลเพื่อความอบอุ่น

หลังเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่จังหวัดเชียงใหม่ในปี 2024 สตูดิโอท้องถิ่นอย่าง ROOF RAIN ได้สร้างสรรค์ผลงานสถาปัตยกรรมชั่วคราวขนาดกะทัดรัดในชื่อ Sala Kin Khao เพื่อตอบสนองความจำเป็นเร่งด่วนของชุมชน โดยพาวิเลียนขนาด 27 ตารางเมตรแห่งนี้รวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขอนามัย พื้นที่จัดเก็บของ และห้องครัวแบบเปิดโล่งเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อรองรับช่วงเวลาหลังจากน้ำลด ซึ่งพื้นที่แห้งสำหรับทำอาหารและเก็บของใช้จำเป็นกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

โครงสร้างของพาวิเลียนถูกจัดวางบนระบบกริดโมดูลาร์ขนาด 3x3 เมตร ซึ่งดัดแปลงมาจากเหล็กเส้นยาว 6 เมตรที่หาได้ในท้องถิ่นแล้วนำมาตัดครึ่งพอดี วิธีการนี้ช่วยลดเศษวัสดุเหลือใช้ พร้อมทั้งสร้างระบบโครงสร้างที่สามารถต่อเติมขยายได้ในอนาคตโดยไม่ต้องรื้อถอนโครงสร้างหลัก นอกจากนี้ กว่า 80% ของพาวิเลียนยังใช้กระบวนการก่อสร้างแบบแห้ง (dry construction) ซึ่งช่วยลดขั้นตอนหน้างานและพึ่งพาทักษะการก่อสร้างท้องถิ่นที่คุ้นเคย

modern minimalist contemporary architecture Thailand

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

27ตารางเมตรพื้นที่ใช้สอย
70ซม. ยกพื้นสูงจากดิน
80%ใช้วิธีการก่อสร้างแบบแห้ง

ทาง ROOF RAIN ได้ทำการยกตัวโครงสร้างทั้งหมดขึ้นสูงจากระดับพื้นดินธรรมชาติ 70 เซนติเมตร เพื่อทำหน้าที่เป็นทั้งเกราะป้องกันน้ำท่วมในอนาคตและสร้างช่องว่างใต้พื้นสำหรับระบายอากาศ ระยะความสูงที่เพิ่มขึ้นนี้ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีเวลาและพื้นที่เพียงพอในการเคลื่อนย้ายสิ่งของหากระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นอีกครั้ง โดยองค์ประกอบทางอุตสาหกรรมสำเร็จรูปถูกนำมาใช้โดยไม่มีการดัดแปลงมากนัก และจุดเชื่อมต่อระหว่างเหล็กกับไม้สามารถประกอบขึ้นได้โดยช่างฝีมือท้องถิ่นด้วยเครื่องมือมาตรฐาน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การนำสถาปัตยกรรมขนาดเล็กมาปรับใช้กับภัยพิบัติ (Disaster-Resilient Architecture) ถือเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาเมืองยุคใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก การใช้โครงสร้างโมดูลาร์และการก่อสร้างแบบแห้งไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาและต้นทุน แต่ยังเปิดโอกาสให้ชุมชนสามารถซ่อมแซมหรือปรับ ขยาย พื้นที่ได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีซับซ้อน

ภายนอกของพาวิเลียนห่อหุ้มด้วยแผ่นแอสฟัลต์ลูกฟูกกันไฟสีดำด้านในแนวตั้ง ซึ่งได้รับเลือกเรื่องความทนทาน การดูแลรักษาง่าย และช่วยลดแสงสะท้อนไปยังอาคารข้างเคียง ตัดกับกรอบไม้โบราณรีไซเคิลที่เจ้าของสะสมไว้ ซึ่งขนาดถูกปรับให้เข้ากับกริดสามเมตรของอาคาร ช่วยเพิ่มความอบอุ่นและลดความรู้สึกเป็นสิ่งก่อสร้างยามฉุกเฉินจนเกินไป

ไม่ว่าอุทกภัยครั้งใหญ่จะหวนกลับมาอีกครั้งหรือไม่ พาวิเลียนแห่งนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งการทำอาหาร การรับประทานอาหารร่วมกัน และการต้อนรับผู้มาเยือน โดยการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติถูกผสานเข้ากับพื้นระดับโครงสร้างและวัสดุอย่างกลมกลืน

ที่มา: designboom

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้