สภาฯ ถกญัตติด่วนแก้น้ำท่วมน่าน เท้งจี้รัฐบูรณาการระบบ
ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 27 ส.ค. 2568 ณัฐพงษ์และ ส.ส. ชนาธิป เสนอญัตติด่วนแก้วิกฤตน้ำท่วมน่าน จี้รัฐบาลเร่งบูรณาการระบบเตือนภัยและงบชลประทาน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาแก้ปัญหาน้ำท่วมและเยียวยาเร่งด่วน
- ชนาธิป ศุภศิริ เสนอ 3 แนวทางแก้ปัญหาระยะยาวรวมถึงงบชลประทานปี 2570
- ที่ประชุมชี้แจงสถานการณ์เกิดจากฝนสะสม 300-380 มิลลิเมตรจากอิทธิพลลานีญา
เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธาน ได้มีการพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ การรับมือปัญหาน้ำท่วม และมาตรการเยียวยาประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยมี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้เสนอญัตติหลักร่วมกับญัตติที่มีลักษณะใกล้เคียงกันอีก 3 ญัตติ เพื่อให้รัฐบาลนำข้อเสนอไปดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
นายณัฐพงษ์ ได้อภิปรายสะท้อนปัญหาไปยังรัฐบาลว่า การจัดทำโครงการบริหารน้ำทั้งระบบจำเป็นต้องครอบคลุมทั้งการใช้ประโยชน์น้ำ การบำบัดน้ำเสีย และการระบายน้ำ พร้อมระบุว่าฝายกั้นน้ำที่เคยใช้ประโยชน์อาจกลายเป็นสิ่งกีดขวางเมื่อเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องสำรวจและวางแผนให้รอบคอบก่อนดำเนินโครงการใดๆ นอกจากนี้ ในส่วนระบบการแจ้งเตือนภัย แม้ระบบเซลล์บรอดแคสต์จะทำหน้าที่ได้ดี แต่ประชาชนในพื้นที่ระบุว่าการแจ้งเตือนผ่านการตีระฆังและการแจ้งเตือนระดับท้องถิ่นหรือชุมชนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน พร้อมเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจกดส่งเซลล์บรอดแคสต์ในพื้นที่ของตนเองได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ผู้นำฝ่ายค้านยังได้ชี้ถึงปัญหาการคาดการณ์ปริมาณน้ำที่ผิดพลาดซึ่งส่งผลต่อความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมระบุว่าปัจจุบันยังขาดระบบการบริหารจัดการภัยพิบัติแบบรวมศูนย์ด้วยระบบแผนที่ GIS และการประสานงานหน้างานกับภาคเอกชนยังมีข้อจำกัด รวมถึงขั้นตอนการเยียวยาที่ยังต้องผ่านเอกสารและใช้เวลานาน จึงเสนอให้รัฐบาลทบทวนแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติฉบับใหม่ พร้อมปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องและฝายธงน้อยเพื่อแก้ปัญหาระบบลุ่มน้ำน่าน
"ความเจ็บปวดของพี่น้องชาวจังหวัดน่าน พวกเราชาวแพร่เข้าใจดี มีความเป็นห่วงเป็นใยเป็นอย่างยิ่ง น้ำท่วมแต่ละครั้งไม่ได้มาแล้วก็ไปแต่กวาดทรัพย์สินที่พี่น้องประชาชนหามาทั้งชีวิต"
นายชนาธิป ศุภศิริ
ด้าน นายชนาธิป ศุภศิริ ส.ส.แพร่ พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติเพิ่มเติมโดยระบุว่าอุทกภัยที่เกิดขึ้นในภาคเหนือไม่ได้เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่าหรือภูเขาหัวโล้นอย่างที่หลายฝ่ายตั้งคำถาม เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันปลูกป่าทดแทนอย่างหนักหน่วง แต่วิกฤตครั้งนี้เกิดจากปริมาณฝนตกหนักสะสมสูงถึง 300-380 มิลลิเมตรจากอิทธิพลของร่องมรสุมและลานีญา ซึ่งเกินกว่ากำลังที่ประชาชนจะรับมือได้เอง พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมการทำงานเชิงรุกของฝ่ายบริหารในการบรรเทาทุกข์หน้างาน
การอภิปรายในสภาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงรอยต่อสำคัญระหว่างการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเฉพาะหน้าและการวางโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว โดยเฉพาะข้อเสนอเรื่องการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นควบคุมระบบแจ้งเตือนภัยและระบบแผนที่ GIS ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการลดความสูญเสียจากภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปีตามสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป
นายชนาธิป ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว 3 ข้อต่อรัฐบาล ได้แก่ การเปลี่ยนแผนเร่งด่วนให้เป็นงบประมาณจริงทันที การพัฒนาอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง แก้มลิง และระบบชะลอน้ำในลำน้ำสาขาที่เป็นต้นตอของน้ำท่วม รวมถึงการจัดสรรงบประมาณชลประทานเป็นกรณีพิเศษในงบประมาณปี พ.ศ. 2570 เพื่อช่วยเหลือกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่รับน้ำและต้นน้ำของประเทศ
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น