ธารน้ำแข็งถล่มพ่นพิษ! คร่าชีวิตกว่า 177 ศพ น้ำท่วมเนปาล-ทิเบต
นักวิทยาศาสตร์ยืนยันน้ำท่วมฉับพลันพรมแดนเนปาล-ทิเบต คร่าชีวิตอย่างน้อย 177 ราย สูญหายกว่า 800 คน เกิดจากธารน้ำแข็งถล่ม ไม่ใช่แผ่นดินไหว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นักวิทยาศาสตร์ระบุธารน้ำแข็งถล่มบริเวณยอดเขาลังทัง ลิรุง คือต้นเหตุอุทกภัยฉับพลัน
- แรงกระแทกจากการถล่มรุนแรงเทียบเท่าแผ่นดินไหวขนาด 5.2 ตามข้อมูล USGS
- ระดับน้ำในแม่น้ำพุ่งสูงขึ้น 7 ถึง 9 เมตรภายในเวลาเพียง 30 นาที
- ผู้เสียชีวิตพุ่งอย่างน้อย 177 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 800 คน
การสอบสวนเบื้องต้นจากทีมนักวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันครั้งรุนแรงบริเวณพรมแดนระหว่างประเทศเนปาลและทิเบต ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 177 ราย และสูญหายอีกกว่า 800 คน มีสาเหตุมาจากการพังทลายของธารน้ำแข็ง สะท้อนวิกฤตการณ์ละลายอย่างรวดเร็วของน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัย
ในตอนแรก หลายฝ่ายเข้าใจว่าแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวเป็นตัวการทำให้เกิดดินถล่มและนำไปสู่มวลน้ำมหาศาลดังกล่าว ทว่าสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ออกมาเปิดเผยว่าหายนะครั้งนี้แท้จริงแล้วเกิดจากปรากฏการณ์ธารน้ำแข็งยุบตัวและแตกสลาย
ดร. ไซมอน คุก ผู้เชี่ยวชาญด้านธารน้ำแข็งจากมหาวิทยาลัยดันดี เปิดเผยว่า ทีมงานตรวจพบส่วนล่างของธารน้ำแข็งใกล้กับยอดเขาลังทัง ลิรุง ในประเทศเนปาล ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไปทางตะวันตกประมาณ 15 กิโลเมตร ได้เกิดพังทลายลงมา โดยมวลน้ำแข็งและเศษหินได้ไหลเข้าสู่แม่น้ำเลนเด โคลา ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำโบเต โคชิ จนเกิดกระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดพาตะกอนและโขดหินขนาดใหญ่ลงสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดกำลังรวมตัวกันจนกลายเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่เราเริ่มเห็นได้บ่อยครั้งขึ้นในปัจจุบัน"
ศูนย์เพื่อการพัฒนาภูเขาแบบบูรณาการระหว่างประเทศ (ICIMOD) ระบุเพิ่มเติมว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจมีจุดเริ่มต้นจากหิมะถล่มผสมเศษหินในพื้นที่สูงชัน ก่อนจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาสูงชันทั้งสองด้านของภูเขา ซึ่งทำหน้าที่เสมือนรางน้ำเร่งความเร็วของมวลน้ำ
การละลายของชั้นดินเยือกแข็งคงตัว (permafrost) และธารน้ำแข็งในหิมาลัยที่เร่งตัวขึ้นสองเท่านับตั้งแต่ปี 2000 ตามรายงานของ ICIMOD แสดงให้เห็นว่าภาวะโลกร้อนกำลังทำลายเสถียรภาพของภูเขาสูง ส่งผลให้ภัยพิบัติลักษณะนี้เกิดขึ้นถี่และคาดเดาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
เหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในภูมิภาคอื่นๆ เช่น การพังทลายของธารน้ำแข็งในหุบเขาจาโมลี ทางตอนเหนือของประเทศอินเดียเมื่อปี 2021 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไป 200 ราย รวมถึงอุทกภัยจากทะเลสาบธารน้ำแข็งในทิเบตที่ไหลทะลักเข้าสู่เนปาลเมื่อปีที่ผ่านมา
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น