ชาวอเมริกันแห่เชียร์กลุ่มคนที่ทำลายกล้องตรวจจับ Flock
ชาวอเมริกันแสดงความสนับสนุนผู้ที่ทำลายและถอดปลั๊กกล้องวงจรปิด Flock ทั่วประเทศ สะท้อนกระแสต่อต้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เติบโตขึ้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ชาวอเมริกันทั่วประเทศรวมตัวประท้วงและทำลายกล้องตรวจจับป้ายทะเบียน Flock
- โลกออนไลน์แห่สนับสนุนและบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ต้องหาที่ก่อคดีทำลายกล้อง
- นายอำเภอในจอร์เจียตั้งรางวัลนำจับ 1,000 ดอลลาร์แต่กลับถูกคอมเมนต์ถล่มโจมตี
- เหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความเคลื่อนไหวต่อต้าน Big Tech
กระแสความไม่พอใจต่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาได้ลุกลามกลายเป็นการกระทำโดยตรง เมื่อประชาชนจำนวนมากเริ่มออกมารวมตัวประท้วงและทำลายกล้องวงจรปิดของบริษัท Flock Safety ซึ่งเป็นระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์ที่ถูกติดตั้งตามท้องถนนทั่วประเทศ
ความเคลื่อนไหวต่อต้านครั้งนี้มีลักษณะกระจายตัวและไม่มีศูนย์กลาง ทำให้การควบคุมและป้องกันเป็นไปได้ยาก โดยประชาชนใช้วิธีการหลากหลายตั้งแต่วิธีที่ไม่รุนแรงอย่างการถอดปลั๊กหรือนำสิ่งของไปปิดบังหน้าเลนส์ ไปจนถึงการทุบทำลาย พ่นสีสเปรย์ ขโมย หรือแม้กระทั่งขับรถชนกล้อง แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้บางส่วน แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งผู้คนจากการลุกขึ้นมาจัดการปัญหาด้วยตัวเองได้
“การปฏิบัติการทางตรงโดยไม่ใช้ความรุนแรงเป็นกลยุทธ์ที่เป็นที่ยอมรับและมีมานานแล้ว และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เราเห็นบางคนหันมาใช้แนวทางดังกล่าว”
นักเคลื่อนไหวและนักประวัติศาสตร์สังคม
กระแสสนับสนุนผู้ที่ทำลายกล้องได้ขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ ตัวอย่างเช่นเหตุการณ์ที่นายอำเภอ Stacy Jarrard ในเทศกาล Lumpkin County รัฐจอร์เจีย ได้โพสต์วิดีโอผ่านเฟซบุ๊กประกาศมอบเงินรางวัล 1,000 ดอลลาร์ สำหรับเบาะแสของคนที่ทำลายกล้อง Flock ใกล้สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง พร้อมกับตำหนิผู้กระทำผิดและยอมรับว่าตำรวจใช้กล้องเหล่านี้ทำมากกว่าการจับรถขับเร็ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทว่าปฏิกิริยาที่กลับมานั้นตรงกันข้ามกับสิ่งที่นายอำเภอคาดการณ์ไว้ โพสต์ดังกล่าวได้รับคอมเมนต์มากกว่า 30,000 รายการ โดยส่วนใหญ่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์กล้องสอดส่อง ล้อเลียนตำรวจ และยกย่องผู้ที่ทำลายกล้องว่าเป็นผู้ทำความดี จนทำให้นายอำเภอต้องเปลี่ยนท่าทีและประกาศว่าจะรับฟังเสียงของประชาชนมากขึ้น
ในพื้นที่ชานเมืองนิวยอร์ก ทางตอนใต้ของ Suffolk County ในลองไอส์แลนด์ ตำรวจรายงานว่ามีกล้อง Flock จำนวน 4 ตัวถูกถอดปลั๊ก พ่นสี และขับรถทับ ซึ่งบทความข่าวเรื่องนี้ในเว็บไซต์ New York Post ก็ได้รับเสียงสะท้อนจากผู้อ่านที่เข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีและขอบคุณผู้ที่ลงมือทำลายกล้องเช่นกัน
การสนับสนุนกลุ่มผู้ทำลายกล้องไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโลกออนไลน์เท่านั้น โดยในรัฐเวอร์จิเนีย วิศวกรจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่ถูกกล่าวหาว่าตัดทำลายกล้อง Flock ถึง 13 ตัว ได้รับเงินบริจาคผ่านแพลตฟอร์ม GoFundMe กว่า 44,000 ดอลลาร์ เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีทางกฎหมาย ขณะที่ในรัฐโอไฮโอ คณะลูกขุนใหญ่มีมติไม่ส่งฟ้องคดีอาญาต่อผู้ต้องสงสัยที่ถูกกล่าวหาว่าทำลายกล้อง Flock อีกด้วย
ปรากฏการณ์การทำลายกล้องตรวจจับ Flock ในสหรัฐอเมริกาถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวคิด "Diversity of Tactics" ในทางสังคมศาสตร์ ซึ่งมองว่าขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมจะมีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อฐานมวลชนในวงกว้างแสดงความสามัคคีและไม่ตัดขาดจากกลุ่มคนที่เลือกใช้การปฏิบัติการทางตรงที่มีความรุนแรงหรืออยู่นอกกรอบกฎหมาย สะท้อนให้เห็นความอึดอัดของประชาชนต่อการขยายตัวของเทคโนโลยีสอดส่องภาครัฐที่รุกล้ำความเป็นส่วนตัว
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น