ถอดบทเรียน T-Beauty: ศรีจันทร์และ MizuMi เจาะตลาดโลก
ถอดบทเรียนความสำเร็จ T-Beauty จาก ศรีจันทร์และ MizuMi เผยกลยุทธ์ชูความเข้าใจสภาพอากาศร้อนชื้นและร้านค้าปลีกที่แบรนด์โลกลอกยาก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- T-Beauty ได้เปรียบจากความเข้าใจสภาพอากาศร้อนชื้นและไลฟ์สไตล์ไทย
- กระแสซีรีส์ BL/GL และ TikTok ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาช้อปไทย
- ช่องทางค้าปลีกและร้าน Multi-brand Store ในไทยตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ดีที่สุด
- การวิจัย R&D และการทดสอบสินค้าจริงช่วยยกระดับคุณภาพเทียบเท่าแบรนด์นอก
วงการความงามไทยหรือ T-Beauty กำลังก้าวสู่เวทีระดับโลกอย่างมั่นคง ผ่านมุมมองของ คุณรวิศ หาญอุตสาหะ จากศรีจันทร์ และ คุณวริษฐา สืบพันธ์วงษ์ ผู้ก่อตั้ง Mizuhada Group เจ้าของแบรนด์ MizuMi, Gentle Colors และ Bomi ในงานเสวนาที่มี คุณศรัณย์ แบ่งกุศลจิต เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยทั้งสองแบรนด์สะท้อนตรงกันว่า หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนหรือกระแส แต่คือความเข้าใจเงื่อนไขการใช้งานจริงในเขตร้อนที่แบรนด์ระดับโลกเลียนแบบได้ยาก
คุณรวิศเผยว่า ความสำเร็จของ T-Beauty เกิดจากจังหวะเวลาที่สอดรับกับการเติบโตของโซเชียลมีเดียในรอบสิบปีที่ผ่านมา ทำให้แบรนด์ไทยสื่อสารกับผู้บริโภคได้โดยตรง พร้อมกับการทุ่มงบลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาหรือ R&D อย่างจริงจังจนคุณภาพสินค้าทัดเทียมแบรนด์ต่างชาติ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมบันเทิงไทยอย่างซีรีส์แนว Boys' Love (BL) และ Girls' Love (GL) ยังช่วยส่งออกวัฒนธรรมและสร้างความอยากรู้อยากเห็นให้ชาวต่างชาติอยากมาสัมผัสวิถีชีวิตและใช้สินค้าไทยตามศิลปินที่ชื่นชอบ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ด้านคุณวริษฐาเสริมว่า การกระจายคอนเทนต์ไร้พรมแดนบน TikTok ในช่วง 1-2 ปีหลัง ทำให้เกิดกระแสการทำคอนเทนต์รีวิว เช่น การแต่งหน้าครบชุดด้วยงบ 100 บาทจากร้านสะดวกซื้อ หรือการช้อปปิ้งงบ 300 บาทในร้าน Eveandboy ซึ่งจุดประกายให้ชาวต่างชาติอยากมาลองซื้อสินค้าที่มีส่วนผสมเทียบเท่าเกาหลี แต่ให้เนื้อสัมผัสที่ถูกใจกว่าในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า การตัดสินใจซื้อจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อพบสินค้าวางจำหน่ายหน้าร้าน
ในมุมมองเรื่องช่องทางการจำหน่าย ทั้งสองเห็นตรงกันว่าร้านค้าปลีกและ Multi-brand Store ในไทยมีความหนาแน่นและหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งเดินทางระยะสั้นไม่สะดวกซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ การเดินเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกจึงตอบโจทย์ความสนุกและสะดวกสบายในการหยิบกลับบ้านทันที อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นห้องทดลองชั้นดีที่ช่วยให้แบรนด์ได้รับฟีดแบ็กจากผู้บริโภคอย่างรวดเร็วเนื่องจากคนไทยชื่นชอบการลองสินค้าใหม่ๆ
"ข้อได้เปรียบที่แท้จริงของ T-Beauty ไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนหรือกระแส แต่อยู่ที่ความเข้าใจเงื่อนไขการใช้งานจริงในระดับที่แบรนด์ระดับโลกลงมาแข่งด้วยยาก"
วริษฐา สืบพันธ์วงษ์ และ รวิศ หาญอุตสาหะ
กลยุทธ์การขยายตลาดต่างประเทศของแบรนด์ความงามไทยในปัจจุบันไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่การลดต้นทุนการผลิตเหมือนในอดีต แต่เป็นการใช้จุดแข็งด้าน "Climate Adaptability" หรือความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทนทานต่อสภาพอากาศที่หลากหลายและรุนแรง ซึ่งสอดรับกับแนวโน้มอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นในหลายภูมิภาค กลายเป็นแต้มต่อสำคัญในการแข่งขันกับแบรนด์ข้ามชาติยักษ์ใหญ่
ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทนทานต่อสภาพอากาศที่แกว่งไปมา ทั้งความร้อนชื้นภายนอกและการเปลี่ยนผ่านเข้าห้องแอร์เย็นจัดตลอดวัน ทำให้สกินแคร์และเครื่องสำอางไทยถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะจุดได้อย่างแม่นยำ และเมื่อสภาพอากาศทั่วโลกเริ่มมีความใกล้เคียงกับประเทศไทยมากขึ้น องค์ความรู้เหล่านี้จึงกลายเป็นสินค้าส่งออกทางปัญญาที่พร้อมขยายตลาดไปทั่วโลกในอนาคต
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น