สหรัฐฯ จ่อเปิดให้คนอเมริกันต่างแดนต่อหนังสือเดินทางออนไลน์ได้
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เสนอขยายบริการต่อพาสปอร์ตออนไลน์สำหรับชาวอเมริกันต่างแดน ช่วยลดการเดินทางไปสถานกง Sular และคาดประหยัดปีละ 148.7 ล้านดอลลาร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เสนอกฎใหม่ให้ชาวอเมริกันต่างแดนต่อพาสปอร์ตออนไลน์ได้เป็นครั้งแรก
- ยกเลิกข้อกำหนดเดิมที่ต้องเดินทางไปติดต่อสถานกงสุลด้วยตนเองถึงสองครั้งเพื่อความสะดวกที่มากขึ้น
- ตั้งเป้าหมายให้การต่ออายุในปีงบประมาณ 2027 กว่า 60% ดำเนินการผ่านระบบออนไลน์
- คาดช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายรวมกว่า 148.7 ล้านดอลลาร์ต่อปีจากค่าเดินทางและค่าธรรมเนียมต่างๆ
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเตรียมยกระดับการให้บริการด้านการเดินทางครั้งสำคัญ ด้วยการเสนอระเบียบปฏิบัติใหม่ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพลเมืองอเมริกันที่พำนักหรือเดินทางอยู่ต่างประเทศ ให้สามารถทำเรื่องต่ออายุหนังสือเดินทางผ่านช่องทางออนไลน์ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ข้อเสนอดังกล่าวมีกำหนดการตีพิมพ์ลงในราชกิจจานุเบกษา หรือ Federal Register ในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะเข้ามาช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเดิมที่บังคับให้ชาวอเมริกันในต่างแดนต้องเดินทางไปปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการกงสุลถึงสองครั้งเพื่อยื่นเรื่อง ซึ่งที่ผ่านมามักประสบปัญหาการขาดแคลนคิวและใช้เวลานาน
นอกจากนี้ ทางหน่วยงานยังเตรียมทยอยผ่อนปรนกฎเกณฑ์ที่เคยจำกัดสิทธิ์การต่ออายุออนไลน์ไว้เฉพาะกับหนังสือเดินทางที่มีกำหนดหมดอายุภายในหนึ่งปีเท่านั้น โดยจะมีการเปิดให้บริการเป็นระยะๆ พร้อมทั้งเผยแพรายชื่อประเทศที่มีสิทธิ์เข้าร่วมเฟสแรกผ่านเว็บไซต์ทางการ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ถือเป็นการพัฒนาต่อยอดครั้งใหญ่ นับตั้งแต่การเปิดตัวแพลตฟอร์มต่ออายุหนังสือเดินทางออนไลน์ครั้งแรกเมื่อปี 2022 โดยคาดว่าจะมีชาวอเมริกันในต่างประเทศราว 220,000 รายได้รับประโยชน์จากนโยบายใหม่นี้ และจะช่วยผลักดันให้ยอดการต่ออายุพาสปอร์ตผ่านระบบออนไลน์สำหรับปีงบประมาณ 2027 พุ่งสูงถึงประมาณ 60% จากจำนวนคาดการณ์ทั้งหมด 10.5 ล้านเล่ม
การผลักดันระบบรัฐบาลดิจิทัลของสหรัฐฯ ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการลดภาระงานด้านเอกสารและลดความแออัดของสถานทูตทั่วโลก การนำเทคโนโลยีมาใช้ไม่เพียงช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐได้สะดวกรวดเร็วขึ้น แต่ยังช่วยลดต้นทุนแฝงทั้งค่าเดินทาง ค่าถ่ายรูป และค่าจัดส่งเอกสารที่ประชาชนต้องแบกรับในอดีต ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการบริหารราชการยุคใหม่ที่มุ่งเน้นความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ในด้านอัตราค่าธรรมเนียม ทางกระทรวงยืนยันว่าราคาสำหรับการต่ออายุผ่านทางไปรษณีย์และช่องทางออนไลน์จะยังคงเท่ากันไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ร่างกฎระเบียบดังกล่าวจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนเป็นระยะเวลา 60 วัน ก่อนที่จะมีการประกาศใช้เป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการต่อไป
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น