ระเบียบสำนักนายกฯ เนรเทศฉบับใหม่ มีผล 28 ส.ค.นี้
นายกฯ ลงนามระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการเนรเทศฉบับใหม่ บังคับใช้ 28 ส.ค.นี้ เพื่อจัดระเบียบคนต่างด้าวฝ่าฝืนกฎหมายและเพิ่มประสิทธิภาพการส่งกลับ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการเนรเทศฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ 28 สิงหาคมนี้
- ปลัดกระทรวงมหาดไทยรายงาน รมว.มหาดไทย เพื่อสั่งเนรเทศต่างด้าวพฤติกรรมเสี่ยง
- ต่างด้าวพ้นโทษจากเรือนจำถูกเนรเทศทันที พร้อมประสานกรมราชทัณฑ์ล่วงหน้า 15 วัน
- กำหนดข้อยกเว้นส่งตัวไปประเทศที่สามกรณีเสี่ยงอันตรายภายในกรอบเวลา 30 วัน
รัฐบาลไทยเตรียมยกระดับมาตรการควบคุมและจัดการกับชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศฉบับใหม่ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งตรงกับวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
การออกระเบียบฉบับใหม่นี้มีเป้าหมายสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี และความปลอดภัยในภาพรวมของสังคมไทย เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ามีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อย ทั้งกลุ่มที่เข้ามาถูกต้องตามกฎหมายและกลุ่มที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ที่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน โดยกลไกภายใต้ระเบียบนี้จะให้อำนาจแก่ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ในการทำหน้าที่รวบรวมและรายงานเรื่องเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาออกคำสั่งเนรเทศคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อย รวมถึงผู้ที่ให้การสนับสนุนพฤติกรรมดังกล่าวให้ออกไปนอกราชอาณาจักรไทยโดยเร็ว
สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักที่จะถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาด ได้แก่ คนต่างด้าวที่กระทำความผิดจนได้รับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดและได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะมีอำนาจในการสั่งเนรเทศบุคคลเหล่านี้ได้ทันที นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงความผิดในหลายฐาน ได้แก่ การเข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายคนเข้าเมือง, การทำงานโดยมิชอบด้วยกฎหมายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว, การประกอบธุรกิจโดยมิชอบด้วยกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว, การปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม, รวมถึงผู้ที่กระทำความผิดกฎหมายที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป และบุคคลที่เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนในความผิดตามข้อกำหนดเหล่านี้ทั้งหมด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับใหม่นี้สะท้อนถึงการปรับปรุงบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย และกรมราชทัณฑ์ เพื่ออุดช่องโหว่ทางกฎหมายเดิมที่อาจทำให้กระบวนการส่งตัวชาวต่างชาติกระทำความผิดออกนอกประเทศใช้เวลานาน การกำหนดกรอบเวลาและการประสานงานล่วงหน้าก่อนปล่อยตัวจากเรือนจำไม่น้อยกว่า 15 วัน ช่วยให้ภาครัฐสามารถจัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและแรงงานผิดกฎหมายได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ในแง่ของกระบวนการปฏิบัติงาน ระเบียบดังกล่าวกำหนดให้ธิบดีกรมราชทัณฑ์ต้องแจ้งข้อมูลรายชื่อ สัญชาติ และสำนวนคดีของต่างด้าวกลุ่มเป้าหมาย ส่งต่อให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยทราบก่อนที่จะมีการปล่อยตัวออกจากเรือนจำไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถพิจารณาออกคำสั่งเนรเทศได้อย่างไม่ชักช้า โดยคำสั่งดังกล่าวสามารถพ่วงระยะเวลาการห้ามกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทยอีกด้วย ในส่วนของกรณีที่ศาลมีคำสั่งรอการลงโทษหรือสั่งปรับ ทางสำนักงานศาลยุติธรรมจะต้องเป็นผู้แจ้งข้อมูลดังกล่าวต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยโดยด่วนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปทันที
อย่างไรก็ตาม มาตรการทั้งหมดนี้ยังคงยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนและพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยการออกคำสั่งเนรเทศต้องสอดคล้องกับกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรี เจ้าพนักงานจะทำการส่งตัวผู้กระทำความผิดกลับไปยังประเทศสัญชาติเดิม หรือหากไม่มีสัญชาติที่แน่นอน จะส่งไปยังประเทศที่ผู้นั้นแจ้งว่าอาศัยอยู่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีข้อยกเว้นที่สำคัญในกรณีที่ประเทศอื่นหรือองค์การระหว่างประเทศร้องขอผ่านช่องทางการทูตภายใน 7 วัน นับจากวันที่ออกคำสั่งเนรเทศ เพื่อขอรับตัวบุคคลดังกล่าวไปยังประเทศของตนหรือประเทศที่สาม ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เช่น เสี่ยงต่อการถูกทรมาน ถูกปฏิบัติอย่างโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ย่ำยีศักดิ์ศรี หรือการอุ้มหาย โดยประเทศผู้ร้องต้องยินยอมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดและได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ถูกเนรเทศ ซึ่งกระบวนการส่งตัวภายใต้ข้อยกเว้นนี้จะต้องเสร็จสิ้นภายใน 30 วัน และรัฐมนตรีสามารถขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30 วัน หากพ้นกำหนดแล้วยังไม่สามารถส่งตัวได้ เจ้าพนักงานจะดำเนินการส่งกลับประเทศต้นทางหรือสัญชาติเดิมตามปกติทันที
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น