ระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 บังคับใช้แล้ว
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ลงนามระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้ 28 ส.ค. 2569 มุ่งจัดการต่างชาติทำผิดกฎหมาย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 28 สิงหาคม 2569
- มุ่งจัดการชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมายและกระทบต่อความปลอดภัยในสังคม
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจสั่งเนรเทศผู้ต้องขังชาวต่างชาติที่พ้นโทษได้ทันที
- กรมราชทัณฑ์ต้องส่งข้อมูลผู้ต้องขังต่างชาติล่วงหน้าก่อนปล่อยตัวไม่น้อยกว่า 15 วัน
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 ซึ่งลงนามประกาศโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยประกาศฉบับดังกล่าวมีกำหนดการมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายด้านการเนรเทศให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
การประกาศใช้ระเบียบฉบับใหม่นี้มีเป้าหมายสำคัญในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย ตลอดจนศีลธรรมอันดีในสังคมไทย เนื่องจากพบปัญหาชาวต่างชาติทั้งที่เข้ามาอย่างถูกต้องและผิดกฎหมาย อาศัยช่องว่างทางกฎหมายเข้ามาแสวงหาประโยชน์ส่วนตนและสร้างความเดือดร้อน
การออกระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกรมราชทัณฑ์ เพื่ออุดช่องโหว่ด้านกระบวนการส่งตัวชาวต่างชาติกระทำความผิดกลับประเทศต้นทางให้รวดเร็วยิ่งขึ้น การกำหนดกรอบเวลาชัดเจน 15 วันก่อนปล่อยตัวช่วยให้ขั้นตอนการพิจารณาไม่มีความล่าช้า
ภายใต้ระเบียบฉบับนี้ ได้มีการกำหนดประเภทความผิดของชาวต่างชาติที่เข้าข่ายถูกเนรเทศออกนอกราชอาณาจักรอย่างชัดเจน ดังนี้ครับ
- เข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
- ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือฝ่าฝืนกฎหมายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว
- ประกอบธุรกิจโดยมิชอบด้วยกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
- กระทำการปลอมแปลงเอกสารราชการหรือนำเอกสารราชการปลอมไปใช้
- กระทำความผิดในคดีที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
- เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนในความผิดตามข้อ 1 ถึงข้อ 5

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในด้านกระบวนการทำงาน ระเบียบใหม่ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ทำหน้าที่ประสานงานส่งต่อข้อมูลสำคัญ ประกอบด้วย รายชื่อ สัญชาติ และสำนวนคดีของชาวต่างชาติกลุ่มเป้าหมาย ให้แก่ปลัดกระทรวงมหาดไทยล่วงหน้าก่อนที่บุคคลดังกล่าวจะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้กระบวนการพิจารณาออกคำสั่งเนรเทศดำเนินการไปได้ทันทีโดยไม่มีความล่าช้า
นอกจากนี้ สำหรับชาวต่างชาติที่กระทำความผิดจนได้รับโทษจำคุกและพ้นโทษออกจากเรือนจำแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะมีอำนาจในการสั่งเนรเทศออกนอกราชอาณาจักรได้ทันที พร้อมกันนี้คำสั่งดังกล่าวยังสามารถระบุเงื่อนไขกำหนดระยะเวลาห้ามมิให้บุคคลดังกล่าวกลับเข้ามาในราชอาณาจักรได้อีกด้วย
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น