Bluesky เพิ่มฟีเจอร์ซ่อนโพสต์ไม่ให้ติดฟีด Discover
Bluesky เปิดตัวฟีเจอร์ algorithmic opt-out ให้ผู้ใช้เลือกปิดไม่ให้โพสต์ปรากฏบนฟีดหลัก เพื่อป้องกันการเป็นไวรัลโดยไม่ตั้งใจ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Bluesky เปิดตัวฟีเจอร์ algorithmic opt-out ให้ผู้ใช้ซ่อนโพสต์จากฟีด Discover
- ค่าเริ่มต้นของโพสต์บนแพลตฟอร์มคือเป็นสาธารณะและอาจปรากฏบนฟีดหลักได้
- ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานได้ที่การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ซึ่งใช้เวลาอัปเดตราว 1 ชั่วโมง
- การตั้งค่านี้บันทึกในระดับบัญชีผู้ใช้และรองรับแอปพลิเคชันอื่นที่ใช้โปรโตคอล AT Proto
หลังจากเปิดตัวฟีเจอร์รองรับวิดีโอที่มีความยาวมากขึ้นไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์กแบบเปิดอย่าง Bluesky ได้ประกาศเปิดตัวเครื่องมือใหม่ในวันพฤหัสบดี ซึ่งก็คือฟีเจอร์ algorithmic opt-out ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถบล็อกไม่ให้โพสต์ของตนเองถูกดึงไปแสดงผลบนฟีดหลักอย่าง Discover ของแอปพลิเคชันได้
ก่อนหน้านี้ ฟีดอัลกอริทึมดังกล่าวมีความสามารถในการดึงโพสต์ใดๆ บนเครือข่ายของ Bluesky ขึ้นมาแสดงผลได้ทั้งหมด เนื่องจากโพสต์บนแพลตฟอร์มนี้ถูกตั้งค่าเริ่มต้นให้เป็นแบบสาธารณะสำหรับทุกคน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทางบริษัทได้ให้เหตุผลเบื้องหลังการพัฒนาฟีเจอร์นี้ว่า เนื่องจากผู้ใช้งานไม่ได้มีความต้องการที่จะกลายเป็นไวรัลกันทุกคน โดยในบางครั้งผู้คนเพียงแค่ต้องการแบ่งปันข้อความหรือเรื่องราวให้กลุ่มผู้ติดตามของตนเองได้อ่านเท่านั้น โดยไม่ต้องการให้ถ้อยคำเหล่านั้นถูกเผยแพร่กระจายวงกว้างไปยังผู้คนจำนวนมาก
การที่ Bluesky เพิ่มฟีเจอร์ควบคุมการมองเห็นในระดับอัลกอริทึมสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการคืนอำนาจควบคุมให้กับผู้ใช้งาน (User Control) ซึ่งแตกต่างจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกระแสหลักในอดีตที่มักบังคับป้อนเนื้อหาตามความนิยมหรือยอดเอนเกจเมนต์ การที่ผู้ใช้สามารถเลือกปิดกั้นการกระจายตัวของโพสต์ได้ช่วยลดความกังวลเรื่องการถูกขุดคุ้ยข้อมูลหรือการแสดงความคิดเห็นจากคนแปลกหน้า ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในยุคที่โซเชียลมีเดียมักขยายผลกระทบของข้อความออกไปเกินกว่าเจตนาเดิมของผู้โพสต์
สำหรับวิธีการใช้งานเพื่อปฏิเสธการนำโพสต์ไปแสดงบนฟีด Discover ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปเปิดสวิตช์ตัวเลือกใหม่นี้ได้โดยตรงที่เมนูการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย (Privacy and Security settings) ในแอปพลิเคชัน โดยทางบริษัทระบุว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจต้องใช้เวลาสูงสุดประมาณ 1 ชั่วโมงจึงจะมีผลสมบูรณ์ในระบบ
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่งก็คือ การที่ Bluesky ออกแบบระบบนี้ให้ทำงานขอบเขตที่กว้างกว่าตัวแอปพลิเคชันหลักของบริษัทเอง
เนื่องจากค่าความต้องการนี้ถูกบันทึกไว้ในระดับบัญชีผู้ใช้ (account level) ทำให้การตัดสินใจของผู้ใช้ติดตัวเดินทางไปกับบัญชีนั้นๆ แม้ว่าพวกเขาจะทำการโพสต์ข้อความผ่านทางแอปพลิเคชันอื่นที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของโปรโตคอลกลางอย่าง AT Proto ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเบื้องหลังของ Bluesky ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแอปพลิเคชันอื่นๆ เหล่านั้นจะมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลการตั้งค่านี้ แต่พวกเขาก็ยังคงมีอิสระในการตัดสินใจว่าจะเคารพการตั้งค่าของผู้ใช้รายนั้นๆ หรือไม่
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น