JetBlue หั่นเก้าอี้บอร์ด! ตัวแทน Carl Icahn ลาออกหลังลดสัดส่วนหุ้น
Jesse Lynn และ Steve Miller สองตัวแทนจาก Carl Icahn ลาออกจากบอร์ด JetBlue ทันที หลังสัดส่วนหุ้นลดลงเหลือ 3.3% พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ JetForward

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ตัวแทน 2 คนของ Carl Icahn ลาออกจากบอร์ด JetBlue ทันทีหลังสัดส่วนหุ้นลดลงเหลือ 3.3%
- การลาออกเกิดขึ้นหลังการลงทุนที่เริ่มต้นในปี 2024 ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร
- JetBlue ยังคงเผชิญความท้าทายด้วยหนี้สินราว 9,000 ล้านดอลลาร์ และขาดทุนต่อเนื่อง 6 ปี
- ผู้บริหารยืนยันเป้าหมายกำไรต่อหุ้น 1 ดอลลาร์ภายในปี 2028 และปฏิเสธข่าวล้มละลาย
สายการบิน JetBlue เผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในห้องประชุมผู้บริหาร เมื่อตัวแทนสองคนจากนักลงทุนผู้ทรงอิทธิพลอย่าง Carl Icahn ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัทมีผลทันที การถอนตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่นักลงทุนสาย activist รายดังกล่าวได้ทยอยลดสัดส่วนการถือหุ้นลงต่ำกว่าเกณฑ์ข้อตกลงในการมีสิทธิ์ส่งตัวแทนเข้าร่วมบริหาร
ผู้ที่ลาออกประกอบด้วย Jesse Lynn ตำแหน่งที่ปรึกษาทั่วไปของ Icahn Enterprises และ Steve Miller ตำแหน่งผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอของ Icahn Capital ทั้งคู่เคยเข้ามานั่งเป็นบอร์ดบริหารตามข้อตกลงที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2024 หลังจากราคาหุ้นของสายการบินดิ่งลงอย่างหนักราว 50% อันเนื่องมาจากดีลการควบรวมกิจการกับ Spirit Airlines ที่ต้องล่มลงไป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ Carl Icahn ได้กล่าวถึงการถอนตัวครั้งนี้ด้วยท่าทีเชิงบวก โดยระบุว่าเขายินดีที่ได้ร่วมงานและสร้างความร่วมมืออันดีกับทางสายการบิน พร้อมทั้งชื่นชมการปรับโครงสร้างและตั้งตารอความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์ JetForward ต่อไป แม้ว่าแคมเปญการกดดันผู้บริหารในครั้งนี้จะไม่ประสบความสำเร็จเท่ากับการลงทุนในคดีของ Southwest ที่ผ่านมาก็ตาม
แม้ตัวแทนจากฝั่งผู้ถือหุ้นใหญ่จะถอนตัวออกไปแล้ว แต่ภาระท้าทายทางการเงินของ JetBlue ยังคงมีอยู่รอบด้าน โดยทางสายการบินต้องแบกรับภาระหนี้สินประมาณ 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ควบคู่ไปกับเงินสดในมือราว 2,200 ล้านดอลลาร์ และสถิติการขาดทุนติดต่อกันยาวนานถึง 6 ปีเต็ม รวมถึงราคาเชื้อเพลิงเครื่องบินที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงราว 2% ทันทีที่มีการประกาศข่าวการลาออกดังกล่าว
"We appreciate the constructive partnership with JetBlue over the years as they have reshaped the airline..."
Carl Icahn
การถอนตัวของตัวแทนจาก Carl Icahn สะท้อนให้เห็นถึงความจริงที่ว่า กลยุทธ์การลงทุนแบบ activist investor ในธุรกิจการบินนั้นมีความซับซ้อนและใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสายการบินต้นทุนต่ำ (Low-Cost) ที่เผชิญแรงกดดันทั้งจากต้นทุนน้ำมันและความผันผวนของตลาดหลังยุคโควิด การที่ JetBlue ยังคงยืนยันเดินหน้าแผนฟื้นฟูกิจการ JetForward และปฏิเสธการเข้าสู่กระบวนการล้มละลายในปีนี้ แสดงถึงความพยายามในการเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนรายย่อย ท่ามกลางกระแสข่าวลือและความกังวลเรื่องสภาพคล่องระยะยาว
ด้าน Joanna Geraghty ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ JetBlue ยืนยันว่าทางสายการบินจะยังคงเดินหน้าตามแผนงานเดิมอย่างมุ่งมั่น พร้อมทั้งรักษาเป้าหมายการทำกำไรต่อหุ้น (EPS) ให้ถึงระดับ 1 ดอลลาร์ภายในปี 2028 ขณะที่ Ursula Hurley CFO ของบริษัทส่งสัญญาณว่าอาจมีการพิจารณารีไฟแนนซ์เครื่องบินเพิ่มเติมเพื่อรักษาสภาพคล่องทางการบินไว้
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น