สมาคมลูกเรือต้าน Google ซื้อข้อมูล Spirit Airlines มูลค่า 10 ล.ดอลลาร์
สมาคมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินยื่นคัดค้านดีลขายข้อมูลมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์ของ Spirit Airlines ให้ Google โดยหวั่นเรื่องความเป็นส่วนตัวของพนักงาน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Spirit Airlines เตรียมขายข้อมูลธุรกิจและซอฟต์แวร์ให้ Google มูลค่า 10 ล้านดอลลาร์
- ดีลนี้รวมถึงข้อมูลพนักงานกว่า 3.4 ล้านรายการ และข้อมูลย้อนหลังไปถึงปี 1986 แต่ไม่รวมข้อมูลลูกค้า
- สมาคมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินยื่นคัดค้านจนต้องเลื่อนการไต่สวนจาก 18 สิงหาคม เป็น 9 กันยายน
- กฎหมายล้มละลายของสหรัฐฯ คุ้มครองความเป็นส่วนตัวของลูกค้า แต่ไม่มีการคุ้มครองเทียบเท่าสำหรับพนักงาน
ดีลการซื้อขายข้อมูลมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์ระหว่าง Spirit Airlines และ Google กำลังเผชิญกับแรงต้านครั้งใหญ่ โดยประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การขายทรัพย์สินเชิงพาณิชย์ แต่เป็นเรื่องของความกังวลเกี่ยวกับมาตรการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่ไม่รัดกุมเพียงพอสำหรับพนักงานปัจจุบันและอดีตพนักงานของสายการบิน
ภายใต้เงื่อนไขของข้อตกลงดังกล่าว Google จะได้รับชุดข้อมูลทางธุรกิจและซอฟต์แวร์จำนวนมหาศาล ซึ่งครอบคลุมถึงบันทึกการจ่ายเงินเดือน 3.4 ล้านรายการ อีเมล 100 ล้านฉบับ บัญชีอีเมล 80,000 บัญชี และข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานที่ย้อนหลังไปไกลถึงปี 1986 นอกจากนี้ Google ยังจะได้เข้าถึงโมเดลการกำหนดราคา เส้นโค้งการจองตั๋ว ข้อมูลพฤติกรรมการบิน บันทึกการซื้อสินค้าบนเครื่องบิน ประวัติการคืนเงิน และข้อมูลแพ็กเกจท่องเที่ยวอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้ระบุชัดเจนว่าไม่รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้โดยสารจำนวน 97.5 ล้านคน และสมาชิกโปรแกรมสะสมคะแนนอีก 52.4 ล้านคน ซึ่งจุดนี้เองที่กลายเป็นประเด็นข้อถกเถียงว่ามาตรการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวมุ่งเน้นไปที่ผู้บริโภคเป็นหลัก แต่กลับละเลยข้อมูลของพนักงานที่มีสัดส่วนความอ่อนไหวสูง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สหภาพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินประจำสายการบิน Spirit ได้ยื่นคัดค้านการทำธุรกรรมดังกล่าว ส่งผลให้การไต่สวนในชั้นศาลซึ่งเดิมกำหนดไว้ในวันที่ 18 สิงหาคม ต้องถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 9 กันยายน โดยทางสหภาพฯ ให้เหตุผลว่ามาตรการรักษาความเป็นส่วนตัวที่มีอยู่ถูกออกแบบมาสำหรับผู้บริโภค ขณะที่ข้อมูลที่ถูกส่งมอบส่วนใหญ่กลับเป็นข้อมูลของพนักงาน และข้อมูลที่ผ่านกระบวนการลบชื่อหรือระบุตัวตน (deidentified) แล้ว ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะถูกแกะรอยกลับมาหาตัวบุคคลได้เช่นกัน
เหตุการณ์นี้นับเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนช่องว่างทางกฎหมายในคดีล้มละลายของสหรัฐฯ โดยในขณะที่กฎหมายล้มละลายให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอย่างเข้มงวด แต่กลับไม่มีบทบัญญัติที่ให้ความคุ้มครองในระดับเดียวกันกับข้อมูลของพนักงาน ทำให้สหภาพแรงงานต้องเข้ามามีบทบาทในการปกป้องสิทธิความเป็นส่วนตัวของลูกจ้างในยุคที่ข้อมูลองค์กรมีมูลค่ามหาศาล
ในฝั่งของ Spirit Airlines ชี้แจงว่ากำลังร่วมมือกับบริษัทบุคคลที่สามเพื่อดำเนินการคัดกรองและลบข้อมูลส่วนบุคคลออกจากชุดข้อมูลดังกล่าวก่อนที่ธุรกรรมจะได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ แม้ว่าสัญญาจ้างผู้ให้บริการรายดังกล่าวจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น