กกต.ฟันคดีอาญา 1,767 ผู้สมัคร ส.ว. ขาดคุณสมบัติ ไอติมจวกช้าไป
กกต. มีมติดำเนินคดีอาญาผู้สมัคร ส.ว. 1,767 ราย ปมขาดคุณสมบัติและรู้ว่าไม่ผ่านเกณฑ์แต่ยังฝืนสมัคร ขณะที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ ชี้ดำเนินการช้าเกินไปถึง 2 ปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กกต. มีมติดำเนินคดีอาญาผู้สมัคร ส.ว. 1,767 ราย กรณีขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม
- สำนักงาน กกต. ส่งเรื่องให้สำนักกฎหมายและคดีและสำนักงาน กกต. จังหวัดดำเนินการต่อ
- พริษฐ์ วัชรสินธุ ชี้การตรวจสอบใช้เวลาถึงสองปีกว่า ซึ่งถือว่าช้าเกินไปกว่าที่ควรจะเป็น
- พรรคประชาชนจี้ กกต. ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมาและมีมาตรฐานเดียวกันทุกคดี
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมติสำคัญในการประชุมเกี่ยวกับการจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยมีคำสั่งให้ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร ส.ว. จำนวนรวมทั้งสิ้น 1,767 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่ถูกตรวจสอบพบว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย แต่ยังคงจงใจยื่นสมัครเข้ารับการคัดเลือกแม้จะทราบดีว่าตนเองไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินดังกล่าว
ภายหลังจากการลงมติดังกล่าว ทางสำนักงาน กกต. ได้เร่งดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ โดยได้ส่งเรื่องต่อให้กับสำนักกฎหมายและคดีเพื่อพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งส่งต่อให้ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปอย่างเข้มงวด
ในประเด็นเดียวกันนี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของ กกต. โดยระบุถึงข้อเรียกร้องที่เคยเสนอมาโดยตลอดว่า หากหน่วยงานผู้มีอำนาจทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา กรณีผู้ถูกกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก ส.ว. จำนวน 229 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผ่านการกลั่นกรองมาจากสรุปการทำงานของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 ก็ควรจะถูกสั่งฟ้องด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีเกณฑ์และหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีการดำเนินคดีอาญากับ 1,767 ผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติ ว่าเป็นการกระทำเพื่อลดกระแสกดดันจากสังคมหรือไม่ นายพริษฐ์ระบุว่าไม่มั่นใจว่าจะสามารถวิเคราะห์ไปในทิศทางนั้นได้หรือไม่อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่าคาดหวังให้ กกต. ดำเนินการในทุกๆ คดีด้วยความรวดเร็ว ตรงไปตรงมา และใช้มาตรฐานเดียวกัน ดังนั้น การที่ กกต. ดำเนินคดีตามกฎหมายเมื่อมีหลักฐานว่าขาดคุณสมบัติจึงถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว
"แม้ผลลัพธ์จะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่เกิดช้าเกินไป และหลังจากนี้จะไปดูรายละเอียดว่าบุคคลที่ขาดคุณสมบัติมีลักษณะเป็นอย่างไร"
พริษฐ์ วัชรสินธุ
อย่างไรก็ตาม นายพริษฐ์ได้ตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์ถึงระยะเวลาในการทำงานของ กกต. ว่าใช้เวลาเนิ่นนานกว่าสองปีกว่า ซึ่งถือว่าล่าช้าเกินกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติเหล่านี้ควรจะสามารถทำได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่วันแรกที่มีการเปิดรับสมัครแล้ว โดยหลังจากนี้ทางคณะทำงานเตรียมตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับลักษณะของผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติเหล่านี้ต่อไป
การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งในระดับประเทศ เช่น สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ถือเป็นกลไกสำคัญในการรักษาความโปร่งใสของระบอบประชาธิปไตย การที่กระบวนการใช้เวลานานถึงสองปีสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในด้านทรัพยากรและขั้นตอนทางกฎหมายขององค์กรอิสระ ซึ่งมักตกเป็นเป้าสายตาของสังคมในการวัดมาตรฐานความโปร่งใสและความรวดเร็วในการอำนวยความยุติธรรม
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น