ข้ามไปเนื้อหาหลัก

สุชาติภูมิใจวัดพระมหาธาตุฯ คว้ามรดกโลก ลั่นผ่าน 5 รัฐบาล ซัดคนวิจารณ์อย่ามองการเมือง

นายสุชาติ ชมกลิ่น เผยความสำเร็จวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารขึ้นทะเบียนมรดกโลก ใช้เวลาผลักดันผ่าน 5 รัฐบาล พร้อมเตรียมดัน 7 วัดเชียงใหม่เป็นเป้าหมายถัดไป

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
27 Jul 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
สุชาติภูมิใจวัดพระมหาธาตุฯ คว้ามรดกโลก ลั่นผ่าน 5 รัฐบาล ซัดคนวิจารณ์อย่ามองการเมือง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งใหม่
  • กระบวนการผลักดันใช้เวลายาวนานผ่าน 5 รัฐบาล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นมา
  • เตรียมเสนอ 7 วัดรอบกำแพงเมือง จ.เชียงใหม่ เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในลำดับต่อไป

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการมรดกโลกมีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้ขึ้นทะเบียน วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ โดยระบุว่าเป็นความยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรมของประเทศไทย และผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนจากทั่วโลก

นายสุชาติระบุว่า ตนได้เดินทางไปร่วมสังเกตการณ์บรรยากาศการประชุมที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ โดยมี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม การขอขึ้นทะเบียนครั้งนี้ดำเนินการต่อเนื่องมาถึง 5 รัฐบาล เริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ต่อด้วยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน, รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และมาถึงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งชุดที่ 1 และ 2

1,500 ปีอารยธรรมทางวัฒนธรรมของวัดพระมหาธาตุฯ
32,000 ชิ้นวัตถุโบราณที่ต้องจัดทำภาพถ่ายส่งยูเนสโก

ความสำเร็จดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารมีอารยธรรมยาวนานถึง 1,500 ปี และมีวัตถุโบราณจำนวน 32,000 ชิ้น ซึ่งประเทศไทยมีเงื่อนไขต้องถ่ายภาพวัตถุโบราณทั้งหมดส่งให้ทางยูเนสโก นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง และผู้อำนวยการยูเนสโกเคยเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องก่อนหน้านี้ด้วย

การผลักดันพื้นที่ทางวัฒนธรรมให้ได้รับการรับรองจากยูเนสโกในระดับสากล ถือเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลาศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์อย่างละเอียดถี่ถ้วน การที่ต้องรวบรวมหลักฐานและบริหารจัดการโบราณวัตถุกว่าหมื่นชิ้นสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือในระดับประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมให้ได้มาตรฐานสากลเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในระยะยาวอีกด้วย

UNESCO World Heritage Thailand cultural temple

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

นายสุชาติยังได้กล่าวถึงแผนงานในอนาคตว่า ประเทศไทยเตรียมนำเสนอวัด 7 วัดรอบกำแพงเมืองจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่มรดกโลก ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับเมืองหลวงพระบางของ สปป. ลาว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอทางยูเนสโกลงพื้นที่ตรวจสอบ ความสำเร็จทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของชุมชนและผู้นำท้องถิ่นร่วมมือกันขับเคลื่อน

"แต่ในข่าวอาจจะมีบางท่านไม่ยินดีด้วยกับการได้มาซึ่งมรดกโลก ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นในบรรยากาศแบบนี้ เราต้องมีวุฒิภาวะ อย่าเอาเรื่องความดีใจของคนทั้งประเทศมาเป็นเรื่องทางการเมือง"

สุชาติ ชมกลิ่น

รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวทิ้งท้ายถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่อยากให้มองเรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมือง พร้อมระบุว่าตัวเลขผู้เข้าชมงานในช่วงเทศกาล เช่น วันวิสาขบูชาหรือวันมาฆบูชา จากเดิมที่มีผู้ร่วมงานวันละ 30,000 คน พอกระแสข่าวเรื่องมรดกโลกปรากฏขึ้น ตัวเลขผู้เดินทางมาเยี่ยมชมพุ่งสูงถึง 200,000 คน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่ประชาชนและประเทศชาติได้รับอย่างแท้จริง

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้