บวรศักดิ์หนุนแก้รธน. ชง 5 ข้อรื้อระบบสรรหาองค์กรอิสระ
บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ร่วมวงเสวนาวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ ชี้ความเชื่อมั่นตกต่ำ พร้อมเสนอ 5 ข้อปรับปรุงระบบสรรหาและคืนสิทธิถอดถอนให้ประชาชน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ชี้วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระตกต่ำ พร้อมหนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญ
- เสนอ 5 ข้อปฏิรูประบบสรรหาองค์กรอิสระและคืนสิทธิการถอดถอนให้ประชาชน
- ระบุปัญหาการขยายเวลารับรองผลเลือกตั้งเป็น 60 วันทำให้ตั้งรัฐบาลล่าช้า
เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดงานเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ “วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ: ที่มาและทางออก” โดยมีบุคคลสำคัญในแวดวงกฎหมายมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างคับคั่ง รวมถึง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตกรรมการกฤษฎีกาและอดีตรองนายกรัฐมนตรี นายวิชา มหาคุณ อดีตประธาน ป.ป.ช. และ นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ
ในงานดังกล่าว นายบวรศักดิ์ ได้ขึ้นเวทีแสดงปาฐกถาและระบุถึงสถานการณ์ความเชื่อมั่นขององค์กรตรวจสอบในประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาใหญ่ โดยสะท้อนว่าประเทศไทยมีหน่วยงานตรวจสอบถึง 25 กลุ่ม และมีประเด็นที่ต้องปรับปรุงกว่า 70,000 เรื่อง โดยเฉพาะปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังจากผู้มีอำนาจ พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมประเด็นสำคัญมานำเสนอ 3 ด้าน ได้แก่ ที่มาขององค์กร ผลงานที่ผ่านมา และแนวทางแก้ไขโดยมุ่งเน้นไปที่การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นหลัก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นายบวรศักดิ์ ได้ย้อนวิเคราะห์ที่มาของรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งมุ่งเน้นการกระจายอำนาจทางการเมืองให้กลับมาสู่มือประชาชน พร้อมทั้งสร้างกลไกการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ไม่สุจริต อย่างไรก็ตาม เขายังได้กล่าวถึงกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งในอดีตที่ห้ามจัดมหรสพตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 ซึ่งส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัครรับเลือกตั้งกับประชาชนผู้ลงคะแนนขาดตอนลง และเปิดช่องให้หัวคะแนนเข้ามามีบทบาทสำคัญแทน พร้อมระบุว่าหากตนมีโอกาสได้ร่างกฎหมายเลือกตั้งใหม่ จะพิจารณาอนุญาตให้จัดมหรสพได้เพื่อให้เกิดการสื่อสารโดยตรงระหว่างผู้สมัครและประชาชน
นอกจากนี้ อดีตรองนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงวิวัฒนาการอำนาจหน้าที่ของ กกต. ตั้งแต่ยุคที่มีอำนาจให้ใบเหลืองและใบแดง จนกระทั่งถึงรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่มีการปรับเปลี่ยนอำนาจการให้ใบเหลืองใบแดงหลังการเลือกตั้งให้โอนย้ายไปอยู่ในอำนาจของศาล พร้อมทั้งขยายระยะเวลารับรองผลการเลือกตั้งจากเดิม 30 วันออกไปเป็น 60 วัน ซึ่งส่งผลกระทบทำให้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไปอย่างมาก และทำให้ระดับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรอิสระลดลงตามผลการวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ
"ยอมรับว่า กกต. ชุดหลังมีการแทรกแซง คนเริ่มบอกว่าหน้าตา กกต. เหมือนพรรคการเมือง"
บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
การวิเคราะห์ประเด็นการเมืองและองค์กรอิสระในบริบทปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการออกแบบกลไกถ่วงดุลอำนาจ (Checks and Balances) ของประเทศไทยที่ยังคงค้นหาจุดสมดุลระหว่างความเป็นอิสระขององค์กรตรวจสอบและความยึดโยงกับประชาชน การเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบสรรหาและทบทวนกรอบระยะเวลาทางกฎหมายเลือกตั้ง จึงเป็นโจทย์สำคัญทางนิติบัญญัติที่นักวิชาการและผู้ร่างกฎหมายต้องขบคิดอย่างจริงจังเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของระบอบประชาธิปไตย
ในช่วงท้าย นายบวรศักดิ์ ได้เสนอแนวทางทางออกผ่าน 2 ข้อเสนอหลัก ได้แก่ การอภิวัฒน์กรอบเวลาการได้มาซึ่งคณะรัฐมนตรีให้รวดเร็วยิ่งขึ้นหลังการยุบสภาหรือสภาสิ้นอายุ เพื่อป้องกันปัญหาการซื้อเสียง และการอภิวัฒน์ระบบการสรรหาคณะกรรมการองค์กรอิสระโดยดึงภาคส่วนจากศาล พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านเข้ามามีส่วนร่วมอย่างสมดุล
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น