กมธ.งบปี 70 ชงสภาถกวาระ 2-3 วันที่ 7-9 ก.ย.นี้
กมธ.งบประมาณปี 70 เคาะวงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เตรียมชงสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาวาระ 2-3 ระหว่างวันที่ 7-9 ก.ย. 2569 พร้อมนัดถกวิปฝ่ายค้านสัปดาห์หน้า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กมธ.งบประมาณปี 70 ประชุมนัดสุดท้ายเสร็จสิ้นหลังทำงานรวม 35 วัน
- กำหนดพิจารณาวาระ 2-3 ในสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 7-9 กันยายน 2569
- วงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 3.788 ล้านล้านบาท เน้นความคุ้มค่า
- เตรียมหารือกับวิปฝ่ายค้านเพื่อจัดวางกรอบการทำงานในสัปดาห์หน้า
คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดการประชุมนัดสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางคณะกรรมการเตรียมเดินหน้าเสนอให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ต่อไป
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ได้ออกมาเปิดเผยผลการประชุม ณ รัฐสภา เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 28 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่าการทำงานตลอดช่วงที่ผ่านมาได้ข้อสรุปครบถ้วนทุกมิติแล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของกรอบเวลาการทำงาน นายกรวีร์ระบุว่าคณะกรรมาธิการได้ประชุมร่วมกันทั้งหมด 35 วัน จนกระทั่งได้ข้อสรุปวงเงินงบประมาณประจำปีนี้อยู่ที่ 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งที่ประชุมได้มีมติร่วมกันในการปรับลดและแปรเพิ่มงบประมาณของแต่ละหน่วยงานอย่างรอบคอบ ยกเว้นเพียงบางมาตราเท่านั้น ได้แก่ มาตรา 36 มาตรา 40 และมาตรา 41 ที่ไม่มีการแก้ไข
"ที่ผ่านมาเราได้พิจารณาและสรุปภาพรวมทั้งหมด รวมถึงลงมติในรายมาตรา โดยสรุปในการทำงานของ กมธ.วิสามัญชุดนี้ เราประชุมทั้งหมด 35 วัน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นในปีนี้ 3.788 ล้านล้านบาท"
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ ทางสภาผู้แทนราษฎรจะใช้เวลาในช่วงสัปดาห์หน้าในการจัดเตรียมเอกสารและรายละเอียดต่างๆ เพื่อเตรียมนำเสนอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ศึกษาและอภิปรายในวาระสำคัญต่อไป โดยคาดการณ์ว่าวันพิจารณาจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน 2569 นี้
การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีถือเป็นหนึ่งในกลไกนิติบัญญัติที่มีความสำคัญสูงสุดของสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากเป็นกรอบการใช้จ่ายเงินแผ่นดินในการขับเคลื่อนนโยบายและการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ การที่คณะกรรมาธิการใช้เวลาพิจารสะสมรวมถึง 35 วันสะท้อนถึงความละเอียดรอบคอบในการตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้มั่นใจว่าเม็ดเงินภาษีของประชาชนจะถูกนำไปใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดและแก้ไขปัญหาปากท้องได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ทางคณะกรรมาธิการยังได้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทางวิปรัฐบาล และมีแผนที่จะนัดหมายพูดคุยกับทางวิปฝ่ายค้านในสัปดาห์หน้า เพื่อร่วมกันวางกรอบเวลาและระเบียบวาระการอภิปรายให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพสูงสุดในช่วงการประชุมสภา
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น